เตือนอันตราย “เจลทาเล็บ” หลังถูกแบนในอียู
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ยาทาเล็บเจล ให้ความเงางาม ทนทานไม่หลุดร่อน แต่สาร ทีพีโอ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ผสมอยู่ ทำให้สมหภาพยุโรปประกาศ “แบน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศ ห้ามใช้สาร TPO (trimethylbenzoyl diphenylphosphine oxide) ซึ่งสารที่ทำให้ยาทาเล็บเจลมีความเงางาม และแห้งเร็วด้วยแสงไฟ แอลอีดี/ยูวี โดยคำสั่งมีผลทันที ไม่มีช่วงผ่อนผันและไม่มีข้อยกเว้น
กฎหมายดังกล่าว มีผลให้ยาทาเล็บเจล (gel polish) ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในตลาด และในร้านทำเล็บทั่วไป กลายเป็นของต้องห้ามทันที
เหตุผลที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขของอียูสั่งแบนสารชนิดนี้ เป็นเพราะมีการจัดให้สาร ทีพีโอ เป็นสารก่อมะเร็ง, ก่อการกลายพันธุ์ หรือเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ หลังผลการวิจัยในสัตว์ พบความเชื่อมโยงระหว่างทีพีโอ กับปัญหาภาวะเจริญพันธุ์และความเสียหายต่ออวัยวะสืบพันธุ์
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการตัดสินใจของอียู นั้น “เป็นการดำเนินการเชิงป้องกันเท่านั้น เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนกับมนุษย์”
ขณะเดียวกัน ในสหรัฐฯ ซึ่งผลสำรวจชี้ว่ามีผู้หญิงใช้ผลิตภัณฑ์ดูเล็บมากกว่าร้อยล้านคน จึงกลายเป็น “ตลาดยาทาเล็บเจล” ที่ใหญ่มหึมานั้น ยังไม่มีการควบคุมสาร ทีพีโอแต่อย่างใด
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แม้สหรัฐฯ จะไม่มีการควบคุมสาร ทีพีโอ แต่ผู้บริโภคสามารถลดความเสี่ยงจากสารอันตรายชนิดนี้ได้โดยเลือกใช้ยาทาเล็บเจลที่ไม่มีสารนี้ เช่น OPI’s Intelli-Gel, Aprés Nail และ Aimeili นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้เว้นระยะระหว่างการทาเจลแต่ละครั้งอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เลือกร้านที่มีการระบายอากาศที่ดี และใช้เบสโค้ทป้องกัน
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงความเสี่ยงอื่นๆ ที่มากับยาทาเล็บเจลอีกหลายอย่าง เช่นการอบด้วยหลอดไฟยูวี อาจมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง, การปล่อยเจลไว้นานจนเล็บยาว หรือการล้างออกไม่ถูกวิธี อาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas ซึ่งจะทำให้เล็บเปลี่ยนเป็นสีเขียวหม่น เป็นอันตรายต่อผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส