“จีนไม่ซื้อถั่วเหลือง” กระทบแรงจากฟาร์มถึงระบบโลจิสติกส์
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ยอดสั่งซื้อถั่วเหลืองของจีน ที่ “หายวับ” จาก 12.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ส่งผลกระทบแรงตั้งแต่เกษตรกร ถึงอุตสาหกรรมขนส่งสินค้า รถไฟ และท่าเรือทั่วประเทศ
FreightWaves ซึ่งเป็นองค์กรข้อมูลเกี่ยวกับ โลจิสติกส์ การขนส่งสินค้า ซัพพลายเชน และเศรษฐกิจการขนส่งของโลก รายงานเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2025 ว่าการส่งออกถั่วเหลืองของอเมริกาไปยังประเทศจีน ที่ลดลงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ จะส่งผลกระทบมากกว่าเกษตรกรอเมริกัน กล่าวคือจะกระทบกับอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้า รถไฟ และการปฏิบัติการท่าเรือทั่วประเทศด้วย
ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ระหว่างกันและกัน ทำให้จีน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ซื้อถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของอเมริกา ได้หันไปนำเข้าจากอเมริกาใต้ อย่างบราซิลและอาร์เจนติน่าแทน
“เมื่อถั่วเหลืองที่กำหนดส่งออกไปต่างประเทศมีจำนวนน้อยลง ความต้องการขนส่งก็จะลดลงอย่างรุนแรง และงานในระบบขนส่งก็อาจหายไปเช่นกัน” FreightWaves ระบุ
ปีที่ผ่านมา เกษตรกรสหรัฐฯ ผลิตถั่วเหลืองได้มากถึง 119 ล้านตันเมตริก จึงกลายเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมขนส่ง ทั้งรถไฟขนส่งสินค้าและการขนส่งรูปแบบอื่นๆ โดย ไมค์ สตีนฮุค ผู้บริหารของสมาพันธ์การขนส่งถั่วเหลือง กล่าวว่าปัญหาการ “ขายไม่ออก” ของถั่วเหลืองอเมริกา กำลังส่งผลกระทบรุนแรงกับพวกเขาด้วบ
ความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง สหรัฐฯ กับจีน เริ่มปะทุอย่างชัดเจนในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (ทรัมป์ 1) โดยในปี 2018 รัฐบาลทรัมป์เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนหลายร้อยพันล้านดอลลาร์ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการขาดดุลการค้าและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้จีนตอบโต้ด้วยการเก็บ ภาษีสินค้าสหรัฐฯ รวมถึง ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของอเมริกา ราว 34 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ราคาถั่วเหลืองสหรัฐฯ แพงกว่าถั่วเหลืองจากประเทศคู่แข่งอย่างบราซิลและอาร์เจนตินา ผู้ซื้อจีนจึงเลือกหันไปนำเข้าจากอเมริกาใต้แทน
อย่างไรก็ดี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนยังคงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ จำนวนหนึ่ง เพื่อเลี้ยงอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในประเทศ โดยเฉพาะอาหารสัตว์สำหรับสุกร เพราะปริมาณถั่วเหลืองอเมริกาใต้ในบางปีไม่เพียงพอ หรือคุณภาพไม่ตรงตามความต้องการ โดยปี 2024 สหรัฐฯ ส่งออกถั่วเหลืองไปจีนมูลค่าประมาณ 12.8 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกถั่วเหลืองทั้งหมด (ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ)
“แต่สำหรับฤดูกาลเพาะปลูกปี 2025–2026 นี้ จีนยังไม่สั่งซื้อถั่วเหลืองใหม่เลย” FreightWaves ระบุ โดยอ้างคำกล่าวของสตีนฮุคว่า “ปกติแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในช่วงหกเดือนระหว่างกันยายนถึงกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม จะเป็นเดือนที่มีการส่งออกมากที่สุด ซึ่งใกล้เข้ามามาแล้ว”
ทั้งนี้ รัฐที่ผลิตถั่วเหลืองมากที่สุดของอเมริกา คืออิลลินอยส์ ไอโอวา มินนิโซตา และอินเดียน่า ซึ่งมีผลผลิตถั่วเหลืองประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของถั่วเหลืองทั้งหมดที่ผลิตได้ ที่เหลือเป็นถั่วเหลืองที่ผลิตในเนบราสกา มิสซูรี โอไฮโอ นอร์ทดาโกตา เซาท์ดาโกตา และอาร์คันซอ
“ถั่วเหลืองทั้งหมดจากย่านมิดเวสต์ จะถูกขนส่งทางรถไฟมายังฝั่งแปซิฟิกนอร์ทเวสท์เพื่อส่งออก โดยท่าเรือหลักในปี 2024 คือท่าเรือซีแอตเติล, ลองวิว, คาลามา และแวนคูเวอร์ ในรัฐวอชิงตัน รวมถึงท่าเรือลอส แอนเจลิส และนิวออร์ลีนส์ ด้วย” สตีนฮุค กล่าว และว่ายอดส่งออกไปจีนที่หายไป จะส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่คนงานคลังสินค้า ทีมงานลานรถไฟ คนงานท่าเรือ ไปจนถึงธุรกิจท้องถิ่นที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าเกษตร
แมรี อี. เลิฟลีย์ นักวิชาการอาวุโสจากสถาบัน Peterson Institute for International Economics กล่าวว่า ภาษีของทรัมป์จะลดการส่งออกและนำเข้า และมันจะส่งผลกระทบต่องานเหล่านี้
ไมค์ สตีนฮุค ผู้บริหารของสมาพันธ์การขนส่งถั่วเหลือง กล่าวว่าอุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมขนส่ง เข่าใจว่า “การค้ากับจีนนั้น มีบางอย่างที่น่ากังวล” แต่ก็ไม่อยากให้รัฐบาลทรัมป์ ใช้มาตรการภาษีตอบโต้แบบเหมารวม และขอให้คำนึงถึงความอยู่รอดของเกษตรกรอเมริกันด้วย.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส