ขู่ถอนวีซ่าคนที่ “สะใจ” การตายของ “ชาร์ลี เคิร์ก”
แอลเอ (สยามทาวนส์ยูเอส) : เสรีภาพยุคทรัมป์! กระทรวงการต่างประเทศฯ เสนอให้เพิกถอนวีซ่าสำหรับผู้ที่ “ไม่ให้ค่า” กับการเสียชีวิตของ “ชาร์ลี เคิร์ก” อินฟลูฯ ขวาจัดที่ถูกลอบยิงเสียชีวิต
สัปดาห์ที่ผ่านมา คริสโตเฟอร์ แลนเดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงผ่าน X ว่าเขาได้สั่งเจ้าหน้าที่กงสุลให้ “ดำเนินการที่เหมาะสม” กับชาวต่างชาติในสหรัฐฯ ที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับการเสียชีวิตของ ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแนวอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ซึ่งถูกลอบยิงระหว่างทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยยูทาห์วัลเลย์ (Utah Valley University) รัฐยูทาห์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา
“ผมอยากย้ำว่า ชาวต่างชาติที่สนับสนุนความรุนแรงและความเกลียดชัง ไม่ใช่ผู้มาเยือนที่เรายินดีต้อนรับ ผมรู้สึกขยะแขยงเมื่อเห็นบางคนบนโซเชียลมีเดีย ได้ยกย่องสรรเสริญ ให้เหตุผล หรือเยาะเย้ยเหตุการณ์นี้”
แลนเดาบอกด้วยว่า ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กงสุล ดำเนินการกับชาวต่างชาติกลุ่มนี้อย่างเหมาะสมแล้ว รวมถึงขอความร่วมมือจากประชาชนทั่วไปว่า หากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว ให้แจ้งได้ที่ @StateDept
“เพื่อให้เราสามารถปกป้องประชาชนอเมริกันได้” โพสต์ของแลนเดา ระบุ
ต่อมา แลนเดา ได้ให้สัมภาษณ์ เอบีซี นิวส์ ว่า “รัฐบาลทรัมป์เห็นว่าไม่ควรให้วีซ่ากับบุคคลที่เข้ามาอยู่ในประเทศ ทั้งที่มีแนวคิดหรือพฤติกรรมไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของประเทศ”
ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กระทรวงการต่างประเทศได้เพิ่มกระบวนการ “ตรวจสอบและคัดกรอง” บัญชีโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศ โดยบังคับให้เปิดโปรไฟล์เป็นสาธารณะ และใช้เทคโนโลยีเอไอ เพื่อตรวจสอบ โดยจะมุ่งให้ความสำคัญกับโพสต์ที่ขัดต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคง เข้าข่ายต่อต้านอเมริกัน หรือต่อต้านยิว
ก่อนหน้านี้ มาร์โก้ รูบิโอ้ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ประกาศว่านักเรียนต่างชาติและชาวต่างชาติอื่นๆ ที่ถูกพิจารณาว่ามีแนวคิดสนับสนุนกลุ่มฮามาส อาจถูกเพิกถอนวีซ่าได้
โดยท่าทีของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น ถูกมองว่าเป็นการท้าทายกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ (First Amendment) และข้ามกระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสม (due process) แต่รัฐบาลอ้างว่า การให้หรือระงับวีซ่าชาวต่างชาตินั้น อยู่ในดุลยพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงบอกว่า วีซ่าเป็นสิทธิพิเศษ (privilege) ที่รัฐบาลมอบให้ต่างชาติ ไม่ใช่สิทธิ (right) ที่ชาวต่างชาติทุกคนพึงได้รับ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส