กาตาร์ตั้งฐานทัพในไอดาโฮ หลังทรัมป์ได้ “เครื่องบินหรู” ไม่กี่เดือน
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : รัฐบาลประกาศอนุญาตให้กาตาร์ตั้งฐานทัพที่ไอดาโฮแล้ว หลังทรัมป์รับมอบ “เครื่องบินหรู” จากเพื่อนเศรษฐีแห่งตะวันออกกลาง เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 พีท เฮกเซ็ธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม ได้ประกาศระหว่างการประชุมกับ ซาอุด บิน อับดุลราห์มาน อัล ธานี รัฐมนตรีกลาโหมของประเทศกาตาร์ ที่กระทรวงกลาโหม เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ว่า รัฐบาลได้อนุญาตให้กาตาร์ตั้งฐานทัพ (Military Facility) ในฐานทัพอากาศเมาน์เทนโฮม (Mountain Home Air Force Base) ในไอดาโฮ แล้ว
“วันนี้เราประกาศและลงนามในจดหมายยอมรับการสร้างฐานทัพอากาศกาตาร์ที่ฐานทัพอากาศเมาน์เทนโฮม ในไอดาโฮ สถานที่แห่งนี้จะรองรับฝูงบิน F-15 ของกาตาร์และเหล่านักบิน เพื่อเพิ่มความสามารถในการฝึกซ้อมร่วม เพิ่มความรุนแรง และความสามารถในการทำงานร่วมกัน” รัฐมนตรีสงครามวัย 45 ประกาศ
ท่าทีของรัฐบาลที่เกิดขึ้นเพียงห้สเดือนหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้รับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 มูลค่าประมาณ 400 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลกาตาร์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโปร่งใสของเรื่องนี้อย่างรุนแรง
แม้กระทั่งนักเคลื่อนไหวการเมืองสายอนุรักษ์นิยมและผู้สนับสนุนทรัมป์อย่าง ลอร่า ลูเมอร์ ยังแสดงอาการ “รับไม่ได้” ถึงขั้นโพสต์ข้อความผ่าน X หลายต่อครั้งว่าพฤติกรรมดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ
แม้แหล่งข่าวจากกระทรวงสงคราม จะให้ข้อมูลกับ ซีเอ็นเอ็น ว่าการอนุญาตให้กาตาร์ สร้างฐานทัพอากาศภายในประเทศ จะไม่ใช่เรื่องใหม่ และว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ ก็ทำแบบเดียวกันกับบางประเทศ เช่นเยอรมันและสิงคโปร์ ก็ตาม แต่ข้อมูลที่ปรากฎเป็นหลักฐานระบุว่า ความสัมพันธ์ทางทหารกับสองประเทศ ที่ระบุนั้น เป็นเพียงการใช้พื้นที่ของฐานทัพอเมริกัน เพื่อฝึกซ้อมหรือปฏิบัติการร่วมกันเท่านั้น ไม่มีการอนุญาตให้สร้างฐานทัพของตนเองในสหรัฐฯ แต่อย่างใด
หลังจากที่ท่าทีของเขา ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเพียงไม่นาน พีท เฮกเซ็ธก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความบน X อีกครั้ง บอกว่า “เพื่อสร้างความชัดเจน” กับถ้อยแถลงของเขาให้มากขึ้น
“ขอชี้ให้ชัดเจนว่า กาตาร์จะ ไม่ได้มีฐานทัพของตนเอง หรือสิ่งใดที่เหมือนกับฐานทัพในอเมริกา เราเป็นผู้ควบคุมฐานทัพที่มีอยู่ เช่นเดียวกับที่ทำกับทุกประเทศพันธมิตร”
ประกาศผ่าน X ของรัฐมนตรีสงครามดังกล่าว ถือว่าเป็นการ “เปลี่ยน” คำพูดของตัวเองที่ประกาศไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าแบบสิ้นเชิง
ทั้งนี้ เฮกเซ็ธคือผู้ลงนามในข้อตกลง (เอ็มโอยู) เกี่ยวกับการรับมอบเครื่องบินหรูจากกาตาร์เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยบอกว่าเป็นการ “ให้แบบไม่มีเงื่อนไข” ของกาตาร์ และว่าประธานาธิบดีทรัมป์ จะใช้เครื่องบินหรูลำนี้เป็น Air Force One หรือเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดี ซึ่งรัฐบาล โดยกองทัพอากาศจะใช้งบประมาณไม่เกิน 400 ล้านดอลลาร์ สำหรับการปรับปรุงระบบความปลอดภัย การสื่อสาร และระบบป้องกันต่างๆ
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าค่าใช้จ่ายฯ ในการยกระดับเครื่องบินของกาตาร์ให้เป็นแอร์ฟอร์ซวัน อาจจะสูงระหว่าง 1-2 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การฝึกอบรม การจัดหาอะไหล่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งค่าใช้จ่ายมหาศาลเหล่านี้ ถือเป็นเรื่อง “ไม่จำเป็นอย่างยิ่ง”
การบริจาคเครื่องบินให้กับทรัมป์นั้น ถูกมองตั้งแต่ต้นว่าเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ที่กาตาร์ต้องการ ซึ่งนั่นทำให้ พีท เฮกเซ็ธ ต้องออกมาบอกตั้งแต่แรกว่าทุกอย่างเป็นความสุจริตใจของกาตาร์ ไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยนใดๆ และว่าหนังสือเอ็มโอยู ที่เขาลงนามนั้น “ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นข้อเสนอ สัญญา หรือการยอมรับใดๆ ในรูปแบบของสินบน อิทธิพลที่ไม่เหมาะสม หรือการกระทำทุจริต”
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส