ชี้ “เมดอินยูเอสเอ” ของทรัมป์ เป็นแค่ “แฟนตาซี”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : คำกล่าวอ้างของทรัมป์เรื่อง “ยุคทอง” ภาคการผลิตสหรัฐฯ เป็นเพียง “ภาพฝัน” หลังข้อมูลชี้ตำแหน่งงานภาคโรงงานลดลงกว่า 100,000 ตำแหน่งในปีแรกที่เขากลับเข้ารับตำแหน่ง
The Independent รายงานเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026 โดยอ้างความเห็นของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจว่า คำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าอเมริกากำลังเข้าสู่ “ยุคทอง” ของการผลิตนั้น เป็นเพียงภาพ “แฟนตาซี” เท่านั้น เพราะภาพความเป็นจริงคืออุตสาหกรรมการผลิตของสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงถดถอย
ข่าวอ้างข้อมูลการวิเคราะห์ของสมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสระบุว่า สหรัฐฯ สูญเสียงานภาคการผลิตมากกว่า 100,000 ตำแหน่งในปีแรกของรัฐบาลทรัมป์ ขณะที่สำนักงานสถิติแรงงานระบุว่า แม้เดือนแรกของปี 2026 จะมีการจ้างงานเพิ่ม 5,000 ตำแหน่ง แต่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 83,000 ตำแหน่ง
วุฒิสมาชิกแม็กกี ฮัสซัน ซึ่งเป็นสมาชิกระดับสูงของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของวุฒิสภา ระบุว่า ทรัมป์สัญญาว่าจะทำให้การผลิตเฟื่องฟู แต่ปีแรกกลับกลายเป็นความล้มเหลว พร้อมวิจารณ์ว่านโยบายขึ้นภาษีนำเข้าแบบเอาอารมณ์ตัวเองเป็นหลัก เป็นภาระต่อผู้ผลิต และส่งผลให้ตำแหน่งงานลดลง
ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เคยถึงจุดสูงสุดในปี 1979 มีแรงงาน 19.5 ล้านคน ก่อนจะลดลงต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ แม้ในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะมีการอัดฉีดเงินอุดหนุนจำนวนมากเพื่อกระตุ้นการลงทุน แต่แนวโน้มดังกล่าวชะลอลงในช่วงปลายปี 2024 และเมื่อทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในปี 2025 เขาได้ยุติโครงการของรัฐบาลเดโมแครตลงเป็นจำนวนมาก รวมถึงโครงการพลังงานสะอาดกว่า 350 โครงการ ซึ่งกระทบตำแหน่งงานเกือบ 173,000 ตำแหน่งทันที
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ภาษีนำเข้าแบบบ้าเลือดของทรัมป์ ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น เพราะสินค้านำเข้าจำนวนมากเป็นชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ในการผลิตต่อในประเทศ ทำให้ต้นทุนผู้ผลิตและราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น แม้อุตสาหกรรมเหล็กบางส่วนจะได้ประโยชน์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระบุว่า การปกป้องผู้ผลิตบางรายเกิดขึ้นบนภาระต้นทุนของอุตสาหกรรมปลายน้ำและผู้บริโภคในภาพรวม
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่า การใช้จ่ายก่อสร้างภาคการผลิตแตะจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2024 ก่อนจะชะลอลงต่อเนื่อง ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ลดการจ้างงานกว่า 13,000 ตำแหน่งนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
แม้ทรัมป์จะผลักดันการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พร้อมประกาศ “ขุดเจาะให้เต็มที่” แต่รายงานจากสถาบันด้านพลังงานและนโยบายสภาพภูมิอากาศ ประเมินว่า การตัดงบประมาณด้านพลังงานสะอาดอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสะสมลดลงเกือบ 980,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 และกระทบตำแหน่งงานหลายแสนตำแหน่ง
ส่วนการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ แม้ถูกมองเป็นความหวังใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจเป็นเพียงภาพฝัน เพราะใช้แรงงานไม่มาก และต้องพึ่งพาวัสดุนำเข้าจำนวนมาก จึงไม่น่าจะสร้างการจ้างงานภาคการผลิตในระดับสูงอย่างที่คาดหวัง
ข่าวได้ให้ข้อสรุปว่า ภาพรวมตัวเลขการจ้างงานและการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวครั้งใหญ่ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอ้าง และแนวโน้มหลายด้านยังชี้ถึงความเปราะบางของภาคการผลิตสหรัฐฯ ที่อาจจะตกต่ำกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ได้ใกล้เคียงกับ “ยุคทอง” ที่ทรัมป์กล่าวอ้างแต่อย่างใด.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส