บทความ : กระแส “เช็คกระตุ้นเศรษฐกิจ” มีจริงหรือแค่ข่าวลือ
หลายเดือนที่ผ่านมา มีกระแสข่าวเกี่ยวกับเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่, เงินโอนตรงจากกรมสรรพากร (IRS) เงินปันผลจากภาษีตอบโต้ของทรัมป์ รวมถึงเงินช่วยเหลือพิเศษรูปแบบต่างๆ ถูกกระหน่ำแชร์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความสับสนของประชาชนจำนวนไม่น้อยว่าแท้จริงแล้ว จะมีเงินก้อนใหม่โอนเข้าบัญชีของเราหรือไม่
โดย : ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงล่าสุดของทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส พบว่า ณ ขณะนี้ ไม่มีการอนุมัติเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่จากรัฐบาลกลางแต่อย่างใด
โดยเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ stimulus checks นั้น พวกเราได้รับครั้งสุดท้ายในปี 2021 ภายใต้มาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 และตั้งแต่นั้นมา รัฐสภายังไม่ได้ผ่านกฎหมายฉบับใหม่เพื่อจ่ายเงินลักษณะเดียวกันอีก
แต่ความสับสนเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เสียภาษีจำนวนมาก ได้รับเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 1,400 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 ทั้งที่ความจริงแล้ว มันคือเงินกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนเดียวกัน แต่จ่ายย้อนหลังให้กับผู้ที่ไม่ได้ขอรับ (Recovery Rebate Credit) จากแบบแสดงรายการภาษีปี 2021 เท่านั้น
ส่วนบรรดาคนที่ฝันหวานรอเงินปันผลจากภาษีกีดกันการค้าของทรัมป์ มูลค่า 2,000 ดอลลาร์นั้น... เช็คแล้วพบว่า...ยังคงเป็นเพียงคำพูด “เรื่อยเปื่อย” ของทรัมป์อยู่เหมือนเดิม
ทรัมป์ได้ออกมาพูดถึงความสำเร็จของมาตรการกำแพงภาษีกับประเทศคู่ค้าทั่วโลกของเขา ว่าทำให้ประเทศร่ำรวยมากขึ้น ถึงขั้นสามารถจ่ายเงิน “ปันผล” ให้ชาวอเมริกันทุกคน คนละ 2,000 ดอลลาร์ได้
แม้คนส่วนใหญ่จะ “รู้ทัน” ว่าเป็นการพูดเพื่อสร้างแรงสนับสนุนนโยบายกำแพงภาษี และเบี่ยงเบนความรู้สึกกดดันที่ผู้บริโภคได้รับจาก “ภาระหนักอึ้ง” ที่ผู้นำเข้าผลักไปยังพวกเขาในรูปแบบของราคาสินค้าที่แพงขึ้นก็ตาม แต่พวกเราหลายคนก็อดที่จะ “ฝันหวาน” ตามไปไม่ได้
จนถึงวันนี้ ยังไม่มีรายละเอียดแผนงานที่ชัดเจนว่ารัฐบาลกลางจะนำเงินดังกล่าวมาแจกจ่ายได้อย่างไร หรือเมื่อใด อีกทั้งยังมีข้อถกเถียงว่ารายได้ดังกล่าวเพียงพอต่อการจ่ายเงินให้ประชาชนทั้งประเทศหรือไม่
รายงานวิเคราะห์หลายฉบับชี้ว่า หากดำเนินโครงการเงินปันผลในระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อคนจริง ต้นทุนรวมจะสูงกว่ารายได้จากภาษีกีดกันการค้าหลายเท่า
และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่าทรัมป์ไม่มีอำนาจในการประกาศใช้มาตรการกำแพงภาษีตามใจตัวเองเช่นนั้น เป็นเหตุให้บรรดาผู้นำเข้ารายใหญ่หลายราย ทะยอยฟ้องร้องเรียกเงินชดเชยความเสียหายจากรัฐบาล ยิ่งสร้างความไม่แน่นอนเพิ่มเติมต่อแนวคิดดังกล่าว
อีก “ข่าวลือ” ที่ยังคงวนเวียนอ้อยอิ่งให้ชาวอเมริกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่สนับสนุนทรัมป์เชื่อสุดหัวใจก็คือเงินที่เรียกว่า DOGE dividend ที่ทรัมป์ออกมาพล่ามเรื่อยเปื่อยว่าจะใช้ส่วนหนึ่ง (ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์) ของเงินที่อ้างว่าประหยัดได้จากโครงการประสิทธิภาพของรัฐบาล (Department of Government Efficiency : DOGE) มาแจกให้ผู้เสียภาษีโดยตรง
โวว่าผู้เสียภาษีบางครอบครัวอาจได้เช็คก้อนโตถึง 5,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว
แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเพียงการพูดเรื่อยเปื่อยของผู้นำประเทศคนปัจจุบันเท่านั้น
เงินก้อนสุดท้ายที่มีข่าวว่ารัฐบาลจะจ่ายให้ชาวอเมริกัน คือเงินปันผลนักรบ (Warrior Dividend) 1,776 ดอลลาร์ ซึ่งน่าจะเป็น “เรื่องจริง” เพียงเรื่องเดียวในบรรดากระแสข่าวลือทั้งหมด
เมื่อปลายปี 2025 รัฐบาลประกาศจ่ายเงินครั้งเดียว 1,776 ดอลลาร์ให้กับกำลังพลทหารราว 1.5 ล้านนาย ในวาระครบรอบ 250 ปีของกองทัพสหรัฐฯ บอกว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินปลอดภาษี และจ่ายให้เฉพาะทหารประจำการและกองหนุนทุกคน
ขณะเดียวกัน สมาชิกหน่วยยามฝั่ง หรือ Coast Guard ก็ได้รับเงินพิเศษเช่นกัน แต่เรียกว่าเงินตอบแทนความทุ่มเทต่อหน้าที่ (Devotion to Duty) ซึ่งมีโครงสร้างใกล้เคียงกัน แต่เงินส่วนนี้จัดเป็นค่าตอบแทนพิเศษและมีการหักภาษีตามกฎหมาย
กระแสข่าวที่เกิดจากการพูดเรื่อยเปื่อยซ้ำแล้วซ้ำเล่าของทรัมป์ ทำให้เกิดความสับสนของข่าวสาร และเปิดช่องให้เหล่ามิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน ถึงขั้นที่หน่วยงานภาครัฐ เช่นไออาร์เอส หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ต้องออกมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าปล่อยตัวเองให้เป็นเหยื่อได้ง่ายๆ
ไออาร์เอส ออกมาย้ำว่า ทางสำนักงานจะไม่เริ่มต้นการติดต่อผ่านอีเมล ส่งข้อความ หรือโพสต์โซเชียลมีเดีย เพื่อติดต่อกับผู้เสียภาษี แต่จะใช้วิธีส่งจดหมายทางไปรษณีย์เป็นลำดับแรกเสมอ ดังนั้น หากประชาชนได้รับข้อความ อีเมล หรือวิธีการอื่นใดก็ตาม ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
สรุปได้ว่า ณ ต้นเดือนมีนาคม 2026 รัฐบาลยังไม่มีเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่สำหรับประชาชนทั่วไป ขณะที่แนวคิดเรื่องเงินปันผลจากภาษีตอบโต้ของทรัมป์ ยังเป็นเพียงคำพูดของทรัมป์ที่ไม่มีมาตรการใดๆ รองรับ อีกทั้งกำลังเผชิญข้อจำกัดทางกฎหมายและงบประมาณด้วย
เงินพิเศษที่เชื่อว่าจะจ่ายจริงตามข่าว ก็เป็นมาตรการมีผลเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่การแจกจ่ายให้ประชาชน ทั่วประเทศ ซึ่งกำลัง “เหนื่อย” กับปรากฎการณ์ “ทรัมป์สลัมป์” ในขณะนี้
ดังนั้น ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส อยากขอแนะนำให้พวกเรา “เชื่อ” ข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ รวมถึงตรวจสอบกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนจะเชื่อหรือแชร์ต่อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและลดความเสี่ยงจากเหล่ามิจฉาชีพออนไลน์ทั้งหลาย.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส