ศาลสูงเปิดทางเพิกถอน “กรีนการ์ด” โดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ศาลสูงเปิดทางให้รัฐบาลเพิกถอนกรีนการ์ด และปฏิเสธไม่ให้กลับเข้าประเทศได้ง่ายขึ้น หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลนั้นเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ข้อกล่าวหาในกระบวนการศาล
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2026 ศาลสูงสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ในคดี Blanche v. Lau วินิจฉัยว่า กฎหมายคนเข้าเมืองไม่ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานที่ "ชัดเจนและน่าเชื่อถือ" ว่าผู้ถือกรีนการ์ดกระทำความผิด ก่อนปฏิเสธการกลับเข้าประเทศ
"เพียงแค่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถือกรีนการ์ดอาจกระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด ก็สามารถปฏิเสธการกลับเข้าประเทศได้” คำพิพากษาระบุ
คำพิพากษาดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจมากขึ้นในการเพิกถอนสถานะผู้พำนักถาวรตามกฎหมาย (Lawful Permanent Resident หรือ LPR) ของผู้ถือกรีนการ์ด เมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศผ่านสนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมือง
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจาก มุก ชอย เลา (Muk Choi Lau) ชาวจีนผู้ถือกรีนการ์ด ถูกเจ้าหน้าที่ที่สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี ในนิวยอร์ก ปฏิเสธการกลับเข้าประเทศเมื่อปี 2012 เนื่องจากขณะนั้นเขาถูกตั้งข้อหาในรัฐนิวเจอร์ซีย์ คดีปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า โดยภายหลัง เขาได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเป็นการชั่วคราว
หนึ่งปีต่อมา เลายอมรับสารภาพผิดและถูกสั่งเนรเทศ แต่เขาพยายามต่อสู้คดีโดยยืนยันว่าความผิดดังกล่าวไม่เข้าข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับ "ความเสื่อมทรามทางศีลธรรม" (crime involving moral turpitude) ซึ่งกฎหมายคนเข้าเมืองใช้เป็นเหตุในการเพิกถอนสถานะผู้พำนักถาวรของผู้ถือกรีนการ์ด
ผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยสามคนที่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว ระบุว่ารัฐบาลควรต้องพิสูจน์ก่อนว่าผู้ถือกรีนการ์ดกระทำความผิดจริง จึงจะสามารถเพิกถอนสถานะผู้พำนักถาวรได้ พร้อมเตือนว่าคำพิพากษานี้ คือการเปิดทางให้รัฐบาลกลางใช้อำนาจได้แบบไม่มีข้อจำกัด.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส