“ต้อม ยุทธเลิศ” แย้มพล็อต “บุปผาแอลเอ” เหยื่อเอฟสตีน”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : “ต้อม-ยุทธเลิศ” แย้มพล็อตหนัง “บุปผาราตรี” ฉบับรีเมคว่า “ผีบุปผา” อาจเป็นเหยื่อของ "เจฟฟรีย์ เอฟสตีน” ที่ “สิงสู่” ในอพาร์ทเมนต์ย่านไทยทาวน์แอลเอ พร้อมยืนยันจะทำให้ “ไทยทาวน์” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก
หลังจากที่ “ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค” ผู้กำกับชื่อดังของไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ระบุว่า ตนอยู่ในลอส แอนเจลิส เป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อเขียนบทหนังเรื่องใหม่ ‘Rahtree in LA’ ซึ่งจะถ่ายทำในไทยทาวน์ แอลเอทั้งเรื่อง เป็นภาพยนตร์เผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านความคิด ความเชื่อของคนไทยในไทยทาวน์ “แบบตัวจริงเสียงจริง Made in Thai Town” นั้น
ต่อมา ต้อม ยุทธเลิศ ได้ให้สัมภาษณ์รายการ “เก้าอี้รับแขก” ของสยามทาวน์ยูเอส ถึงโครงการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า เกิดขึ้นเพราะมีบริษัทภาพยนตร์อเมริกัน ติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ “บุปผาราตรี” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงเมื่อปี 2003 มาสร้างใหม่ และเจาะจงให้เขามาเป็นผู้กำกับ
“ปกติ เวลาฝรั่งเอาหนังไทยมารีเมค เขาก็จะเปลี่ยนเป็นฝรั่งเล่น ใช้แค่โครงเรื่อง พี่ก็ลองโยนไอเดียว่า ทำไมไม่ใช้คนไทยในเมื่อที่นี่มีไทยทาวน์อยู่ ทำไมเราต้องดัดแปลงไป เหมือนจะขายผัดไทยทำไมเราต้องเปลี่ยนเป็นเส้นสปาเก็ตตี ขายเส้นผัดไทยเลยสิ ปรากฎว่าสตูดิโอที่นี่เขาซื้อไอเดียนี้”
ผู้กำกับชื่อดังบอกด้วยว่า บุปผาราตรี ฉบับรีเมค จะเป็นภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ มีการดัดแปลงเรื่องราวให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่ง “วิญญาณ” ของภาพยนตร์ต้นฉบับ
“มันเหมือนพี่เชิญวิญญาณของบุปผาให้ลงมาที่ไทยทาวน์” ต้อม ยุทธเลิศกล่าว
ในส่วนของโปรดักชั่นและนักแสดงนั้น ต้อม ยุทธเลิศบอกว่าจะใช้ทีมงานท้องถิ่นทั้งหมด โดยอาจจะมีนักแสดง (จากประเทศไทย) เพียงคนเดียว ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร
“หลังจากเขียนบทเสร็จ ก็จะมีการเปิดแคสติ้งในไทยทาวน์ เราจะให้ชุมชนไทยเป็นส่วนหนึ่งในหนังเรื่องนี้ เหมือนเป็นโอกาสที่จะโชว์ความเป็นไทย แต่โชว์ความเป็นไทยผ่านภาพยนตร์ ผ่านความคิดของตัวละคร” ผู้กำกับชื่อดังกล่าว
ต่อคำถามที่ว่า การเขียนบทเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงไม่ใช้นักแสดงตลกจากประเทศไทย จะทำให้เสน่ห์ของบุปผาราตรี จางหายไปบ้างหรือไม่ ต้อม ยุทธเลิศบอกว่าเขาไม่กังวลเรื่องนี้ เพราะบุปผาราตรีเวอร์ชั่นใหม่ จะเป็นตลกแบบ sitcom หรือตลกโดยสถานการณ์ ไม่ใช่ตลกภาษา และไม่จำเป็นต้องใช้นักแสดงตลก
“หนังผีมันเป็นสากล มีภาษาเดียว ผีหลอกมึงก็วิ่ง ก็กลัวแค่นั้น (ฝรั่ง) อาจจะไม่ลงตุ่ม แต่พี่อาจจะให้ฝรั่งวิ่งลงตุ่มก็ได้”
ต้อม ยุทธเลิศ กล่าวด้วยว่าอาจต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น แต่ต้องคงไว้ซึ่งความน่ากลัวและขำ “มันผ่านไปกว่า 20 ปี มันเป็นหน้าที่พี่ ต้องทำให้มันยังคงอยู่ เหมือนคนเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนเมคอัพ แต่ยังคงความเป็นคนๆ นั้นอยู่”
โดยต้อม ยุทธเลิศ บอกด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่ “ราตรี” จะเป็นหนึ่งในเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ในคดีสะเทือนโลกของ เจฟฟรีย์ เอฟสตีน ซึ่งมาเสียชีวิตในอพาร์ทเมนต์กลางไทยทาวน์ โดยที่ไม่รู้ตัวว่าตนเองเสียชีวิตแล้ว
“ทีนี้ก็หลอกกันกระเจิงเลย ที่นี่แหละ (อพาร์ทเมนต์ของคุณวรนุช บุญประกอบ ในย่านไทยทาวน์) ก็คือออสก้าร์ อพาร์ทเมนต์ เลย”
เมื่อถามถึงทุนสร้าง ต้อม ยุทธเลิศ บอกว่าบุปผาราตรี ฉบับรีเมค ถือเป็นหนังต้นทุนต่ำตามมาตรฐานของหนังอเมริกัน คืออยู่ระหว่าง 1-3 ล้านดอลลาร์
“เอาอยู่ เพราะเราไม่ใช้ดาราใหญ่ แล้วคนไทยที่นี่น่ารัก ถ่ายในไทยทาวน์นี่ เราเซฟบัดเจ็ตได้เยอะ เราถ่าย 25 วันใช่ไหม อาหารกองน่ะ ฟรีหมดนะ ร้านนี้ให้สามวัน ร้านนั้นให้สามวัน...ใช่ (หัวเราะ) อพาร์ทเมนต์ที่จะใช้ถ่ายก็ฟรี แค่ต้องขอเพอร์มิตจากซิตี้ จากตำรวจเท่านั้น ขอตำรวจพี่ก็คุยกับตำรวจที่เป็นคนไทย ทุกคนพร้อมจะช่วย”
การได้รับความร่วมมือและสนับสนุนอย่างดีจากชุมชนไทยในลอส แอนเจลิส ทำให้ต้อม ยุทธเลิศบอกว่าประทับใจมาก
“ทุกคนพร้อมช่วยกันหมด อย่างในตู้เย็นนั่น ของกินเต็มตู้ เอามาให้จนกินไม่ทัน คือแฮปปี้มาก แต่เข้าใจว่าการเมือง…มันสงบไปแล้ว เมื่อก่อน ถ้ามาช่วงทะเลาะกันนี่ กูเหยียบไม่ได้นะ (หัวเราะ) เพราะที่นี่ก็ทั้งเหลืองทั้งแดง งัดกันอยู่ แต่วันนี้ตาสว่างกันหมดแล้ว”
นอกจากจะเป็นภาพยนตร์ที่เผยแพร่ความเป็นไทยแล้ว ต้อม ยุทธเลิศ ยังหวังว่า บุปผาราตรี ฉบับรีเมค ยังสามารถสะท้อนภาพความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ของคนไทยในลอส แอนเจลิส ด้วย
“มันไม่ใช่แค่หนัง แต่มันคือการที่คนไทยช่วยกันทำอะไรบางอย่างให้โลกเห็น” ผู้กำกับชื่อดังกล่าว และว่า “เราไม่ได้ทำหนังตามสเต็ปของฮอลลีวูดน่ะ นี่คือสิ่งที่บอกได้ว่ากูเจ๋งเว้ย พี่จะทำเบื้องหลังบอกด้วยว่า ชุมชนช่วยกันทำหนังเรื่องนี้นะ อันนี้แหละ คือจะมีผลกับคนไทย เป็นตัวอย่างที่ยิ่งกว่าซอฟต์พาวเวอร์อีก”
นอกจากชื่อเสียงของชุมชนไทยแล้ว ต้อม ยุทธเลิศ ยังตั้งความหวังไว้ด้วยว่าความสำเร็จของบุปผาราตรี รีเมค จะนำมาซึ่งชื่อเสียงของไทยทาวน์ แอลเอ ด้วย
“ถ้ามันบูมเหมือนเมืองไทยนะ มันจะยิ่งกว่าเป็นพันเท่า ถ้ามันคึกคัก มีคนดูเป็นพันล้านคน แบ่งแค่เปอร์เซ็นต์เดียวให้ (ตามรอยภาพยนตร์) เข้ามาในไทยทาวน์ ทุกอย่างเป็นเงินหมดแล้วนะ”
ทั้งนี้ ยุทธเลิศ สิปปภาค บอกด้วยว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เชื่อว่าเขาจะกลับมาเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ในอีก 4 เดือน (ประมาณต้นปี 2027) โดยจะใช้เวลาถ่ายทำ 25 วัน.
ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค
|
|
|
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส