บทความ : “ทรัมป์” ชายที่โลภที่สุดในโลก
ถึงวันนี้ ผู้อ่านสยามทาวน์ยูเอส คงได้ข่าว “ทรัมป์เรียกร้องเงิน 230 ล้านจากกระทรวงยุติธรรม” กันบ้างแล้ว
ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส
เหตุผลที่ทรัมป์อ้างคือเป็นค่าชดเชย “ความไม่สะดวก” ที่ได้รับจากการถูกสอบสวนการแทรกแซงของรัสเซียต่อการเลือกตั้งปี 2016 และกรณีเอกสารลับที่ทรัมป์ขนออกไปเก็บไว้ที่โรงแรมของเขาในฟลอริด้าหลังพ้นตำแหน่งสมัยแรก
ทั้งสองคดีถูกยกเลิกกลางคัน หลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว ตาม “อภิสิทธิ์” ที่มาพร้อมกับตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งทรัมป์มองเฉไฉไปว่าเป็นเพราะคดีไม่มีมูล เป็นข้อกล่าวหาลอยๆ เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองของพรรคฝั่งตรงข้าม ทำให้เขา “ไม่ได้รับความสะดวก” จึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 230 ล้านดอลลาร์จากกระทรวงยุติธรรม จากเงินภาษีของชาวอเมริกันทั้งประเทศ
แน่นอนว่าความเห็นแก่ตัวแบบบรรยายไม่ได้นี้ คงเป็นเพียงแค่ “เฟกนิวส์” ในสายตาของเหล่าเมก้า… ซึ่งแถวนี้มีเยอะอยู่…
แต่หากไม่ได้เป็นสาวกที่บูชาทรัมป์ประดุจเป็นบิดาบังเกิดเกล้า คงคิดเหมือนคนทั่วโลกตอนนี้ว่าการกระทำของทรัมป์ คือ “การยักยอกทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์” เลยทีเดียว
ทรัมป์ยืนยันว่าตัวเองคือ “เหยื่อ” และรัฐบาล “เป็นหนี้ผมเยอะมาก” โดยเงินชดเชยก้อนโตที่เรียกร้องไปนั้น ทรัมป์บอกว่าจะบริจาคเป็นการกุศล แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดใดๆ
ต้องบอกว่าเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องเงิน 230 ล้านดอลลาร์จากกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นเงินของผู้เสียภาษี เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งในประวัติศาสตร์อเมริกาและประวัติศาสตร์โลก
อุปมาอุปมัยว่าเหมือนกับ “ชายคนหนึ่ง ฟ้องบริษัทที่ตัวเองนั่งเป็นซีอีโอ และให้ลูกน้องในบังคับบัญชาเป็นคนตัดสินคดี”
“นี่คือความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวง” หนึ่งในเสียงวิจารณ์ระบุ โดยให้เหตุผลว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม ที่จะต้องตรวจสอบพิจารณาคำร้องของทรัมป์ เป็นคนที่ทรัมป์แต่งตั้งขึ้นมาเอง
ความรุ่งเรืองหรือดับสูญในอาชีพการงานของพวกเขา อยู่ที่จะยอมจ่ายเงินให้กับทรัมป์หรือไม่ ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่ใช่ประเด็นจริยธรรมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสูงสุดของประเทศ กำลังถูกควบคุมด้วยระบบเส้นสาย, ระบบอุปภัมป์ทางการเมืองแบบสมบูรณ์
นักวิจารณ์การเมืองของสำนักข่าว Axios บอกว่าท่าทีของกระทรวงยุติธรรมที่เรากำลังจะเห็นในอีกไม่นานนี้ คือการ “ทดสอบความซื่อสัตย์เชิงสถาบันของกระทรวงยุติธรรม และเป็นการทดสอบว่า “กฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์ในรัฐบาลที่ไม่ให้ค่ากับกฎหมาย” หรือไม่
อีกหนึ่งบทวิจารณ์บอกว่าพฤติกรรมของทรัมป์ เข้าข่าย A Shake-Down Disguised as Due Process แปลได้ว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยแอบอ้างว่าทำตามกระบวนการยุติธรรม
ที่มีคนพูดแบบนี้ก็เพราะว่าทรัมป์กำลังใช้อำนาจที่ตัวเองมี เรียกหาผลประโยชน์แบบข้ามขั้นตอน
ทั้งนี้เพราะตามปกติแล้ว หากคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ทรัมป์จะต้องยื่นคำร้องต่อหน่วยงานนั้นก่อน เพื่อขอให้แก้ไขหรือชดเชย (administrative claim) หากขั้นตอนนี้ถูกเพิกเฉยจึงนำขึ้นสู่กระบวนการทางศาล แต่ทรัมป์กลับข้ามขั้นตอนนี้ไปสู่การเรียกร้องเงิน 230 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่า “ขีดจำกัดการประนีประนอม” ของกระทรวงยุติธรรม (และของทุกหน่วยงานรัฐบาล) ไปมาก
ทรัมป์เจตนาทำเช่นนี้ เพราะมั่นใจว่า “คนของเขา” ในกระทรวงยุติธรรมจะต้องยอมจ่ายอย่างแน่นอน
นี่คือ “ฝันร้ายของอเมริกา” เพราะผู้ต้องหาที่ถูกสอบสวนเรื่องการจัดการเอกสารลับของชาติ และพยายามโค่นผลการเลือกตั้ง กำลังรีดเงินจากผู้เสียภาษีจำนวนมหาศาล เพื่อชดใช้ “ความไม่สะดวก” เพราะมีคนทักท้วงการทำผิดของเขา
“แม้จะเทียบกับมาตรฐานจริยธรรมของทรัมป์เองก็ตาม เรื่องนี้ถือเป็น new low ของทรัมป์ เป็นความพยายามเปลี่ยนกระบวนการของรัฐบาลให้เป็น ‘เครื่องพิมพ์แบงก์’ ส่วนตัว” อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมฯ แสดงความเห็นกับรอยเตอร์ และว่าหากกระทรวงยุติธรรมยอมจ่ายเงินให้ทรัมป์จริงๆ ก็จะทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความเป็นอิสระของหน่วยงานนี้ทันที
การเรียกร้องเงิน 230 ล้านดอลลาร์จากกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่แค่บทพิสูจน์ความโลภของทรัมป์ ที่มองเงินผู้เสียภาษีเป็นกองทุนชดเชยส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังพิสูจน์ว่าเขามีจิตใจคับแคบ เจ้าคิดเจ้าแค้น ต้องการทำลายสถาบันที่เคยตรวจสอบเขาด้วย
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จะเป็นการชี้ชัดว่าระบบยุติธรรมของอเมริกายังคงเป็นของประชาชน หรือถูกผูกขาดโดยคนมีอำนาจโดยสิ้นเชิงแล้ว...
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส