วัยรุ่นอเมริกันเกือบครึ่ง “นอนไม่พอ” เพราะเล่นมือถือ
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : งานวิจัยใหม่พบว่า วัยรุ่นอเมริกันจำนวนมากใช้โทรศัพท์มือถือช่วงดึกจนเวลานอนลดลง ส่งผลต่อสุขภาพ สมาธิ และผลการเรียน
เดอะวอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ถึงผลการศึกษาฉบับใหม่ว่า วัยรุ่นสหรัฐฯ กำลังสูญเสียเวลานอนที่จำเป็น เพราะใช้สมาร์ตโฟนในช่วงดึก โดยข้อมูลจากวัยรุ่น 657 คนทั่วประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่ใช้งานโทรศัพท์เฉลี่ยประมาณ 50 นาที ระหว่างเวลา 22.00–06.00 น. ในคืนก่อนวันเรียน และเกือบครึ่งหนึ่งยังใช้งานต่อเนื่องในช่วงเที่ยงคืนถึงตีสี่
“วัยรุ่นควรนอนคืนละ 8–10 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงด้านสมาธิ สุขภาพจิต และโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วนและเบาหวาน” ผลศึกษาระบุ
เจสัน นากาตะ รองศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก กล่าวว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงสำคัญที่เด็กควรพักผ่อน โดยเฉพาะคืนก่อนวันเรียน เพราะการใช้งานโซเชียลมีเดียและแอปต่างๆ ทำให้สมองถูกกระตุ้นต่อเนื่อง และอาจทำให้หลับยากแม้วางโทรศัพท์แล้ว
การศึกษาครั้งนี้ใช้แอปติดตามพฤติกรรมบนหน้าจอโทรศัพท์จริง แทนการให้ผู้เข้าร่วมรายงานตัวเอง ซึ่งช่วยให้ข้อมูลแม่นยำมากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาพัฒนาการสมองและสุขภาพเด็กระยะยาวที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ (Adolescent Brain Cognitive Development Study) ซึ่งติดตามเด็กและเยาวชนในสหรัฐฯ ต่อเนื่องหลายปี เพื่อศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรม การใช้เทคโนโลยี สุขภาพ และพัฒนาการของสมอง
งานวิจัยก่อนหน้านี้ยังพบว่า การใช้โซเชียลมีเดียส่งผลต่อผลการเรียนของเด็ก แม้ใช้เวลาไม่นาน โดยการใช้แอปบนโทรศัพท์เพียงวันละ 1 ชั่วโมง อาจทำให้คะแนนสอบของเด็กอายุ 9–13 ปี ลดลง 1–2 คะแนน
สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน แนะนำให้ครอบครัวกำหนดกติกาการใช้สื่อภายในบ้าน เช่น กำหนดพื้นที่ปลอดหน้าจอ หรือช่วงเวลาที่ไม่ใช้โทรศัพท์ พร้อมแนะนำให้ปิดเครื่องหรือเก็บอุปกรณ์ออกจากห้องนอน เพราะแสงและแรงสั่นจากการแจ้งเตือนอาจรบกวนการนอน โดยระบุว่า วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือไม่ให้นำหน้าจอเข้าห้องนอนเลย.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส