สื่อเบื่อ! ปฏิเสธถ่ายทอดสด “ทรัมป์” ช่วงไพร์มไทมส์
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ปฏิเสธถ่ายทอดสดคำปราศรัยใหญ่ช่วงไพร์มไทมส์ของทรัมป์เมื่อค่ำวันที่ 16 กรกฎาคม เพราะรู้ดีว่าจะขุดข้อกล่าวหาเดิมเกี่ยวกับความพ่ายแพ้เลือกตั้งปี 2020 มา “พล่าม” อีกเช่นเคย
เมื่อบ่ายวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 ว่า เครือข่ายเอบีซี เอ็นบีซี และซีเอ็นเอ็น ประกาศว่าจะไม่ถ่ายทอดสดคำปราศรัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ต่อประชาชนทั้งประเทศ (address the nation) ในเวลา 18.00 น. (เวลาแคลิฟอร์เนีย) แต่จะเผยแพร่รายการตามปกติ และจะตัดเข้าสู่การถ่ายทอดสดเฉพาะเมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นเท่านั้น
ส่วนซีบีเอสระบุเพียงว่าจะออกอากาศ “รายงานพิเศษ” ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะถ่ายทอดสดคำปราศรัยของทรัมป์ทั้งหมดหรือไม่
การที่สถานีโทรทัศน์หลักของประเทศพร้อมใจกัน “ไม่ให้ค่า” กับการกล่าวสุนทรพจน์ของทรัมป์ครั้งนี้ เป็นเพราะทรัมป์และทีมงานกล่าวก่อนหน้านั้นว่า จะหยิบข้อกล่าวหาลอยๆ เกี่ยวกับความพ่ายแพ้ต่อโจ ไบเดน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ขึ้นมาพูดอีกครั้ง
และคำปราศรัยต่อชาวอเมริกันในช่วงไพร์มไทมส์ ที่กินเวลาประมาณ 40 นาทีของทรัมป์ก็เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาด เพราะเขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการกล่าวหาว่าเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 เพราะถูกแทรกแซงจากต่างชาติ โดยเฉพาะจีน โดยอ้างว่าว่ามีหลักฐานมากมาย นอกจากนี้ยังวิจารณ์การใช้เครื่องลงคะแนนและกระบวนการนับคะแนนในหลายรัฐ รวมถึงแคลิฟอร์เนีย และเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมาย SAVE America Act ซึ่งกำหนดให้ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งต้องแสดงหลักฐานการเป็นพลเมืองสหรัฐฯ และใช้กฎหมายยืนยันตัวตนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะยืนยันว่ามีหลักฐานการแทรกแซงการเลือกตั้งจากต่างชาติ แต่ไม่เคยนำออกมาแสดง อีกทั้งผลการตรวจสอบของหน่วยข่าวกรอง แลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างระบุว่าไม่พบหลักฐานว่าจีนหรือประเทศใดสามารถเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ตามข้อกล่าวหาของทรัมป์ได้
โดยปกติ การกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีต่อประชาชนในช่วงไพรม์ไทม์ มักสงวนไว้สำหรับเหตุการณ์สำคัญของประเทศ และสถานีโทรทัศน์ส่วนใหญ่มักถ่ายทอดสด แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้ง เช่นในปี 2022 สถานีโทรทัศน์บางแห่งไม่ได้ถ่ายทอดสดคำปราศรัยของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เช่นเดียวกับปี 2014 ที่บางสถานีเลือกออกอากาศรายการตามผังปกติ แทนการถ่ายทอดคำแถลงของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เรื่องการปฏิรูประบบตรวจคนเข้าเมือง
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวตำหนิท่าทีของเครือข่ายโทรทัศน์ดังกล่าว ว่าควรถ่ายทอดคำปราศรัยของประธานาธิบดี เพื่อให้ประชาชนชาวอเมริกันได้รับฟังข้อเท็จจริง และตัดสินใจด้วยตัวเอง
วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต มาร์ก วอร์เนอร์ จากรัฐเวอร์จิเนีย และแอนดี คิม จากรัฐนิวเจอร์ซีย์ กล่าวว่าการแถลงของทรัมป์ครั้งนี้ เป็นความพยายามทำลายความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน เพราะรู้ดีว่าพรรครีพับลิกันกำลังเสียเปรียบกับคะแนนนิยมของทรัมป์ ที่ตกต่ำแบบไม่เคยมีผู้ประเทศคนใดเคยได้รับมาก่อน
“แทนที่จะนำเรื่องที่ชาวอเมริกันกำลังกังวล เช่นเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องสงครามกับอิหร่านมาพูด แต่ทรัมป์กลับหยิบเอาประเด็นที่เขาแพ้เลือกตั้งขึ้นมาเป็นหัวข้อหลัก สะท้อนถึงแนวทางในรัฐบาลสมัยที่สองของทรัมป์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าไม่เป็นไปตามขนบเดิมของทรัมป์ ยังคงวนเวียนอยู่กับความคับแค้น ไม่พอใจในอดีต” วุฒิสมาชิกของเดโมแครต กล่าว.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส