บทความหน้าสาม
“ซิดนีย์ ปอยเตียร์” ดาราออสก้าร์ผิวดำคนแรก เสียชีวิตแล้ว





















โดย : ภาณุพล รักแต่งาม

ซิดนีย์ ปอยเตียร์ ดาราผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้รับรางวัลออสก้าร์ สาขาดารานำ (ชาย) จากเรื่อง Lilies of the Field (1963) เสียชีวิตแล้วเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 6 มกราคม 2022 ที่บ้านในลอส แอนเจลิส ขณะอายุ 94 ปี โดยขณะนี้ยังไม่มีการแถลงถึงสาเหตุการเสียชีวิต 

ซิดนีย์ ปอยเตียร์ ถือเป็นดาราชายผิวดำคนแรกๆ ของฮอลลีวูด ที่ได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงนำ โดยผลงานหลายเรื่องได้รับความนิยมอย่างสูง และยังคงเป็นที่ยอมรับจนถึงปัจจุบัน เช่น To Sir With Love (แด่คุณครูด้วยความรัก), In The Heat of the Night (ถิ่นดาวร้ายในเมืองร้อน) และ Guess Who’s Coming to Dinner (ถนอมรักไว้ในหัวใจ) ฯลฯ

ซิดนีย์ ปอยเตียร์ เกิดที่ไมอามี เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1927 แต่ย้ายตามครอบครัวที่เป็นชาวไร่มะเขือเทศไปอยู่บาฮาม่าตั้งแต่เล็ก เป็นลูกคนเล็กของบ้านที่มีพี่ๆ อีกแปดคน โดยเขาเคยเขียนเล่าในหนังสือแนวชีวประวัติว่าฐานะของครอบครัวยากจนมาก ต้องใช้ถุงแป้งมาตัดเป็นเสื้อผ้า ไม่เคยเห็นรถยนต์ ไม่เคยเห็นกระจกเงา ไม่เคยกินไอสกรีม จนอายุสิบขวบ 

เขาตัดสินใจเลิกเรียนหนังสือตอนอายุ 12 ปี เพราะอยากทำงานช่วยครอบครัว โดยทำงานทุกชนิด รวมถึงงานที่เข้าข่าย “มิจฉาชีพ” ด้วย จนส่อเค้าว่าจะออกนอกลู่นอกทางหนักขึ้น ครอบครัวจึงตัดสินใจส่งกลับไมอามีตอนอายุ 14 ปี เพื่ออาศัยกับพี่ชายคนโต 

ซิดนีย์ ปอยเตียร์ บอกว่า ไมอามี คือที่ๆ เขาต้องเผชิญกับการถูกเหยียดสีผิวเป็นครั้งแรก

อายุ 15 ปี เขาเดินทางไปแสวงโชคที่นิวยอร์ก โดยมีเงินติดตัวเพียงแค่ 3 ดอลลาร์ โดยทำงานขายแรงทุกชนิดเพื่อยังชีพ เช่นล้างจาน ขุดท่อ แบกหามที่ท่าเรือ และเป็นคนส่งของ โดยอเมริกาในช่วงดังกล่าว เป็นช่วงเริ่มต้นของกระแสการเรียกร้องความเท่าเทียมของสีผิว มีเหตุปะทะเกิดขึ้นตลอดเวลา รวมถึงเหตุวุ่นวายครั้งใหญ่ในย่านฮาเร็ม ที่ซิดนีย์ ปอยเตียร์ เข้าร่วม และถูกเจ้าหน้าที่ยิงที่ขาด้วย

ปี 1943 ซิดนีย์ ปอยเตียร์ โกหกเรื่องอายุ เพื่อสมัครเข้าเป็นทหารเพราะอยากออกรบ แต่เพราะอายุน้อย จึงถูกส่งไปประจำการที่โรงพยาบาลทหารในลอง ไอส์แลนด์ แทน เป็นเหตุให้เขาต้องแกล้งป่วยด้วยอาการทางจิตเพื่อขอปลดประจำการในปี 1945 และกลับมานิวยอร์กอีกครั้ง

 ซิดนีย์ ปอยเตียร์ เบนเข็มชีวิตเข้าสู่วงการบันเทิงเป็นครั้งแรกในวัย 18 ปี หลังพบประกาศในหนังสือ อัมสเตอร์ดัมนิวส์ ว่าโรงละครของคนผิวดำ (The American Negro Theater) กำลังรับสมัครนักแสดงชาย 

แต่เขาล้มเหลวกับการคัดตัวหลายต่อหลายครั้ง เพราะอ่านบทไม่คล่อง อีกทั้งมีสำเนียงแบบเวสท์ อินเดียน เป็นเหตุให้เจ้าของโรงละคร แนะนำให้เขาไปเป็นคนล้างจานแทน

แต่ความล้มเหลว ทำให้เขามุมานะ ซิดนีย์ ปอยเตียร์ ซื้อวิทยุ เพื่อฟังและหัดพูดสำเนียงอเมริกันแท้ๆ ตามที่ได้ยิน ขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมงานในร้านอาหาร (ที่เขาทำงานล้างจาน) ก็คอยสอนให้เขาอ่านหนังสือ จนที่สุดเขาสามารถเข้าคณะละครในฐานะนักเรียนการแสดงได้ โดยต้องทำงานเป็นภารโรงแลกค่าเล่าเรียน

โชคเข้าข้างเขา เมื่อวันหนึ่ง ดารานำของโรงละคร คือ แฮร์รี่ เบลลาฟอนเต้ ไม่มาร่วมซ้อม เป็นเหตุให้บทนำของละครบรอดเวย์ ปี 1946 ที่ใช้นักแสดงผิวดำทั้งหมด เรื่อง Lysistrata ตกเป็นของเขา แม้ละครจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นการปูทางให้เขาได้รับบทนำในละครเรื่องต่อๆ มา รวมถึงเปิดโอกาสให้เขาได้ข้ามมาแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวูดด้วย

ซิดนีย์ ปอยเตียร์ สร้างชื่อเสียงขึ้นมาช้าๆ โดยภาพยนตร์ที่ “ปักหมุด” ให้กับเขา คือเรื่อง The Defiant Ones เมื่อปี 1958 ที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสก้าร์ ดารานำชายเป็นครั้งแรก (แต่พลาดให้กับ เดวิด นิเวน จาก Separate Tables) แต่อีกห้าปีต่อมา เขาได้สร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นดาราผิวดำคนแรกที่คว้ารางรางวัลออสก้าร์ สาขานักแสดงนำชาย ได้สำเร็จจากเรื่อง Lilies of the Field (1963)

ปี 1967 ถือเป็น “ปีทอง” ของ ซิดนีย​ ปอยเตียร์ เพราะได้เป็น “ดารานำ” ในภาพยนตร์ทำเงินถึงสามเรื่อง คือ In the Heat of Night ที่เขารับบทเป็นตำรวจสืบสวนจากฟิลลาเดลเฟีย เวอร์จิล ทิบบ์ ที่ต้องร่วมงานสืบสวนคดีฆาตกรรมกับเชอรีฟผิวขาว (ร็อด สไตรเกอร์) ในย่านที่การเหยียดผิวยังรุนแรงของมิสซิสซิปปี้

โดยฉากเรียกร้องความยอมรับ (respect) จากเชอรีฟผิวขาว ซึ่งซิดนีย์ ปอยเตียร์ พูดเน้นเสียงว่า “They call me Mr. Tibbs.” ถือเป็นหนึ่งในวลีจากภาพยนตร์ที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนตลอดกาล

เรื่อง To Sir, With Love เขารับบทเป็นครูผิวดำในกรุงลอนดอน ที่เอาจริงกับหน้าที่ จนชนะใจ “เด็กเกเร” ในชั้นเรียนที่ทั้งหมดเป็นเด็กผิวขาวได้ในที่สุด และเรื่อง Guess Who’s Coming to Dinner ที่ได้ฉายาว่าเป็นหนัง “แหกขนบ” หรือ taboo-breaking film เพราะพูดถึงคู่รักต่างสีผิว ที่เป็นประเด็นต้องห้าม โดยเรื่องนี้ มีดาราระดับท็อปของฮอลลีวูดมาร่วมแสดงด้วยถึงสองคน คือ สเปนเซอร์ เทรซี่ และแคทเทอรีน แฮปเบิร์น 

โดยในฐานะนักแสดงผิวดำที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ซิดนีย์ ปอยด์เตีย ถือว่าเป็นหน้าที่ของเขาในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางสีผิวผ่านสื่อภาพยนตร์ จึงปฏิเสธที่จะนำแสดงในบทที่ถูกมองว่าเป็น “ภาพจำ” ของคนผิวดำ เช่นบททาส บทผู้ร้าย ฯลฯ โดยเขาระบุในหนังสือชีวประวัติของเขาว่า “ผมรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง เหมือนกับผมคือตัวแทนของคน 15-18 ล้านคนในทุกเรื่องที่ผมนำแสดง”

ซิดนีย์ ปอยเตียร์ ได้รับรางวัลออสก้าร์เกียรติยศ เมื่อปี 2002 (โดยรับจาก เดนเซล วอชิงตัน ดาราผิวดำคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลออสก้าร์ ดารานำชาย จากเรื่อง Training Day), รับรางวัลเกียรติยศ Kennedy Center Honor ในปี 1995 และได้รับรางวัลเกียรติยศ the Presidential Medal of Freedom จากประธานาธิบดี บารัก โอบาม่า เมื่อปี 2009 ด้วย โดยประธานาธิบดีโอบาม่า กล่าวประกาศเกียรติคุณของเขาในวันนั้นว่า “เป็นผู้ที่อุทิศตัวในการทำลายกำแพงสีผิวอย่างไม่ย่อท้อมาตลอดชีวิต”

แม้จะได้รับการยอมรับอย่างไร้ข้อกังขาว่า เขาคือผู้มีบทบาทอย่างมากในเปลี่ยนมุมมองของชาวอเมริกันในประเด็นสีผิว และเป็นผู้เปิดประตูเข้าสู่วงการบันเทิงให้กับนักแสดงผิวดำรุ่นหลังก็ตาม แต่ ซิดนีย์ ปอยเตียร์ “ถ่อมตัว” เสมอเมื่อมีการพูดถึงเรื่องนี้

“ประวัติศาสตร์จะชี้ว่าผมเป็นแค่องค์ประกอบเล็กๆ เท่านั้น ในเหตุการณ์สำคัญที่ยังคงเดินหน้าอยู่”

ซิดนีย์ ปอยเตียร์ แต่งงานครั้งแรกกับ ฮัวนิต้า มารี ฮาร์ดี้ แดนเซอร์และนางแบบในปี 1951 และหย่าร้างในปี 1965 โดยมีลูกสาวด้วยกันสี่คน แต่งงานอีกครั้งในปี 1976 กับ โจแอนน่า ชิมคุส นักแสดงที่ร่วมงานกับเขาในภาพยนตร์เรื่อง The Lost Man (1969) โดยมีลูกสาวอีกสองคน

โดย โจแอนน่า ชิมคุส อยู่เคียงข้าง ซิดนีย์ ปอยเตียร์ จนถึงวาระสุดท้ายของเขา...

 




นำเสนอข่าวโดย : ทีมข่าว สยามทาวน์ยูเอส,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
08-01-2022 “ซิดนีย์ ปอยเตียร์” ดาราออสก้าร์ผิวดำคนแรก เสียชีวิตแล้ว (0/228) 
03-01-2022 กฎหมายใหม่ปี 2022 ของรัฐแคลิฟอร์เนีย (0/1084) 
24-11-2021 “แบล็คฟลายเดย์” เทศกาลซื้อของถูกที่กำลังจะกลายเป็น “ตำนาน” (0/2212) 
10-11-2021 ทุกอย่างที่ต้องรู้ หากต้องการฉีด “วัคซีนบูสเตอร์” (1/1988) 
05-11-2021 ความแตกต่างระหว่างคำสั่งตรวจบัตรฉีดวัคซีน ของแอลเอ ซิตี้ และ แอลเอเคาน์ตี้ (0/1220) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
555
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข