บทความหน้าสาม
รายงานหน้าหนึ่ง : รู้ไหม...เนื้อหมูแคลิฟฯ กำลังจะแพงจับไม่ติด!









รัฐแคลิฟอร์เนียของเรามีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ในฟาร์ม ที่ถือว่าเป็นกฎหมายที่ “แกร่ง” ที่สุดในโลก อยู่ฉบับหนึ่ง ชื่อว่า Farm Animal Confinement ซึ่งสาระก็เหมือนชื่อกฎหมาย คือว่าด้วยการขังหรือเลี้ยงสัตว์ในกรง ผ่านการลงคะแนนเสียงของประชาชน (62.66 ต่อ 37.34 เปอร์เซ็นต์) ในการเลือกตั้งเมื่อปลายปี 2018 

จำได้ว่าตอนนั้น ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านกฎหมาย ที่ตอนนั้นรู้จักในชื่อ prop 12 ได้ออกมา “สู้กัน” ผ่านสื่อรุนแรงมาก โดยฝ่ายสนับสนุน ซึ่งก็คือกลุ่มพิทักษ์สัตว์ทั้งหลายบอกว่า การเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ของฟาร์มส่วนใหญ่ในอเมริกานั้น เข้าข่าย “ทารุณสัตว์” ส่วนฝ่ายที่ต่อต้าน ซึ่งก็คือกลุ่มอุตสาหกรรมผู้เลี้ยงหมูทั้งหลาย (นำโดย the National Pork Producers Council) ต่อสู้โดยบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ ถูกผลักดันโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดของโลก คือ The Humane Society of United States ที่ต้องการบีบบังคับให้ชาวโลกยุติการบริโภคเนื้อสัตว์... ฯลฯ

แต่ผลก็อย่างที่ทราบกัน... ชาวแคลิฟอร์เนียเราเป็นคนจิตใจดี พอเห็นคลิปวิดีโอแม่ไก่และสัตว์ฟาร์มอื่นๆ อย่างหมูและลูกวัว ถูกขังแบบเบียดเสียดยัดเยียด หรืออยู่ในกรงแบบพอดีตัว เหยียดปีกหรือกลับตัวไม่ได้  ตามที่กลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์นำออกมาเผยแพร่ในช่วงนั้น ก็รีบโหวต “เยส” ให้ prop 12 กันมือเป็นระวิง ไม่สนใจเสียงของกลุ่มต่อต้าน ที่บอกว่าจะทำทำให้อุตสาหกรรมปศุสัตว์ได้รับผลกระทบหนัก และราคาผลิตภัณฑ์จากฟาร์มเหล่านี้ก็จะแพงขึ้นด้วย

โดยกฎหมายคุ้มครองสัตว์ในฟาร์มฉบับนี้ มีผลบังคับใช้เป็นสองระยะ ระยะแรกเริ่มในปี 2020 มีผลกับไก่ไข่ (รวมถึงเป็ด ไก่งวง ห่าน และไก่ต๊อก หรือ guinea fowl) ที่กรงต้องมีขนาด 1 ตารางฟุตต่อตัว และลูกวัว ที่คอกต้องมีพื้นที่ 43 ตารางฟุตต่อตัว 

ทันทีที่กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปี 2020 ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ทุกแห่งในแคลิฟอร์เนีย จำต้องลดปริมาณแม่ไก่ลง ซึ่งถ้าจำกันได้ ส่งผลไข่ไก่ขึ้นราคาหนักมาก จนพวกเรา โดยเฉพาะบรรดาร้านอาหารทั้งหลายบ่นกันพึมพัมอยู่พักใหญ่ ก่อนที่หลัก “ดีมาน์-ซัพพลาย” จะปรับตัวสมดุลย์ ทำให้ราคาลดลงมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

และในวันที่ 1 มกราคม 2022 (ซึ่งเหลืออีกเพียงสี่เดือนเศษๆ เท่านั้น!!) กฎหมายฉบับนี้ก็จะมีผลในส่วนที่สอง คือมีผลบังคับในส่วนของฟาร์มเลี้ยงหมู ที่ผู้เลี้ยงจะต้องขยายคอกให้มีขนาด 24 ตารางฟุตต่อหมู 1 ตัว...

สำนักข่าวเอพี รายงานข่าวนี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการเตือนประชาชนที่ไม่รู้ หรือเลือนๆ กันไปแล้วให้เตรียมพร้อม... ส่งผลให้เกิดกระแสตื่นตูม จนกลัวกันว่าเนื้อหมูและเบค่อน จะขาดตลาด หรือราคาแพงระยับตั้งแต่ตอนนี้ ขณะที่บางกระแสก็บอกว่าเริ่มมีการ “กักตุน” เบค่อนกันแล้ว...

ช่วงนี้ บรรดานักเศรษฐศาสตร์ และการตลาดก็เลยออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้กันหนาหู โดยส่วนหนึ่งมองว่าราคาเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์เนื้อหมูในแคลิฟอร์เนีย จะต้องปรับราคาขึ้นอย่างหนักแน่นอน เพราะกฎหมายไม่ได้มีผลบังคับเฉพาะฟาร์มหมูในรัฐแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่รวมถึงฟาร์มหมูทั่วทุกรัฐที่ต้องการส่งผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย

ด้วยความที่แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด คือเกือบ 40 ล้านคน จึงมีการบริโภคเนื้อหมูมากที่สุดในประเทศ คือเกือบ 300 ล้านปอนด์ต่อเดือน หรือประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของการบริโภคเนื้อหมูทั่วประเทศ แต่เราสามารถผลิตเนื้อหมูเองได้เพียงประมาณ 45 ล้านปอนด์ต่อเดือนเท่านั้น โดยส่วนใหญ่ คือประมาณ 255 ล้านปอนด์ เป็นเนื้อหมูที่นำเข้าจากต่างรัฐ โดยมาจากไอโอว่ามากที่สุด

จากข่าวของเอพี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่บอกว่าขณะนี้ มีฟาร์มทั่วประเทศเพียงแค่ 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เลี้ยงดูหมูของตัวเองอย่างถูกต้องตามกฎหมายของแคลิฟอร์เนีย 

หมายถึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่อีกสี่เดือนข้างหน้า เนื้อหมูและสินค้าจากเนื้อหมู เช่นเบค่อน ในรัฐแคลิฟอร์เนียของเราจะขาดแคลนอย่างหนัก เพราะฟาร์มทั่วประเทศ ไม่น่าจะมีเวลาเพียงพอในการขยายคอกหรือพื้นที่เลี้ยงหมูให้กว้างขึ้นได้ทันภายในสิ้นปีนี้

โดยข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งฝ่ายที่ต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ จ้างมาล็อบบี้ในช่วงเลือกตั้งปี 2018 วิเคราะห์ว่าหากผลิตภัณฑ์หมู 50 เปอร์เซ็นต์ หายไปจากรัฐแคลิฟอร์เนียแบบปุบปับ ราคาเบค่อน ที่ชาวอเมริกันกินกันแทบทุกเช้าก็จะขยับขึ้นไป 60 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าจากราคาห่อละ 6 ดอลลาร์ ก็จะพุ่งพรวดเป็น 9.60 ดอลลาร์ในทันที

แต่นักวิเคราะห์จากบางสื่อก็เห็นต่าง คือมองว่าการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่สองนี้ น่าจะถูกระงับ หรืออย่างน้อยก็ต้องยืดเวลาออกไปอีกพักใหญ่ ตามคำฟ้องร้องของอุตสาหกรรมหมูและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง 

ซึ่งหากเราลองวิเคราะห์ดู ผลกระทบที่ “น่าจะ” รุนแรงต่อผู้บริโภคแคลิฟอร์เนียในยุควิกฤตโควิด-19 เช่นนี้ น่าจะเป็นข้ออ้างที่ฟังขึ้นในชั้นศาล และส่งผลให้ศาลสั่งยืดเวลาบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไปอีกระยะ จนกว่าอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูจะปรับตัวได้

แต่ที่สุดแล้ว เชื่อว่าฟาร์มหมูใหญ่ๆ ทุกแห่งในประเทศ ก็คงจะต้องปรับตัวให้อยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ดี เพราะคงไม่มีใครอยากสูญเสียตลาดเนื้อหมูขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไป

ถือเป็นเรื่องปากท้อง ที่พวกเราทุกคนจะต้องรอดูกันต่อไป...

 




นำเสนอข่าวโดย : ทีมข่าว สยามทาวน์ยูเอส,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
06-08-2021 รายงานหน้าหนึ่ง : รู้ไหม...เนื้อหมูแคลิฟฯ กำลังจะแพงจับไม่ติด! (0/3284) 
19-07-2021 ว่าด้วยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ $600 รอบใหม่ของชาวแคลิฟอร์เนีย คุณจะได้อีกไหม? (0/2446) 
18-07-2021 “ศิลปินชานกรุง” กับการปรุงสุข (0/466) 
14-05-2021 สาวเมืองนอร์วอล์คโชคดีถูกล็อตโต้26ล้าน แต่ “ลาภลอย” ไปกับตา (0/5875) 
04-05-2021 คนไทยบินมาฉีดวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐฯ ได้ไหม (2/2896) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
532
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข