สถานกงสุลฯจัดงาน “รสไทย” ชวนร้านไทยคิดใหม่ ฝ่าวิกฤตต้นทุน
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ชี้ธุรกิจร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ กำลังเผชิญต้นทุนค่าแรงและวัตถุดิบสูงขึ้น แต่ยังติดภาพจำว่า “อาหารไทยต้องราคาไม่แพง” จึงถึงเวลาหาแนวทางเพิ่มมูลค่าและสร้างประสบการณ์ใหม่ โดยไม่ทิ้ง “จิตวิญญาณความเป็นไทย”
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส จัดงาน “รสไทย” (ROD THAI) ที่บ้านพักกงสุลใหญ่ เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 ภายใต้แนวคิด “Reimagining Thai Flavors. Elevating the Thai Culinary Experience.” เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาอาหารไทยในสหรัฐฯ จากร้านอาหารแบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้
นายสมภพ เสริมสวัสดิ์ศรี กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ให้สัมภาษณ์สยามทาวน์ยูเอสว่า อาหารไทยอยู่ในสหรัฐฯ มานานราว 40 ปี นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 และคำถามสำคัญในเวลานี้คือ “อาหารไทยจะไปต่ออย่างไร” ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปอย่างมาก
“ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารไทยมีปัญหาเยอะ ทั้งค่าแรงและค่าวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แต่เราติดกับดักเพดานราคา คืออาหารไทยขายแพงไม่ได้ จึงเกิดความคิดว่าจะทำอย่างไรให้อาหารไทยขายได้ในราคาที่สูงขึ้น” นายสมภพกล่าว
งาน “รสไทย” ไม่ได้ตั้งเป้าเสนอสูตรสำเร็จว่าร้านอาหารไทยทุกแห่งต้องเปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกัน แต่ต้องการจุดประกายให้ผู้ประกอบการคิดถึงรูปแบบธุรกิจและประสบการณ์การกินแบบใหม่ ทั้งร้านลับที่ใช้สถานที่สร้างความน่าสนใจ ร้านที่ขายอาหารเพียงเมนูเดียว หรือการผสมผสานอาหารไทยกับอาหารประเภทอื่น โดยยังรักษารากของอาหารไทยเอาไว้
หนึ่งในตัวอย่างที่นำมาแสดงในงานคือการสาธิตทำอาหารแบบ “โอมากาเสะ” โดย เชฟพอล ชวนไชยสิทธิ์ จากร้าน Crying Thaiger ในเมืองวีลลิง รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งนำอาหารไทย เช่นต้มข่าปลาฮามาจิ ผัดไทย ฯลฯ มาปรับรูปแบบและนำเสนอในสไตล์โอมากาเสะ หรือการเสิร์ฟเป็นคำเล็กๆ คล้ายคอร์สอาหารญี่ปุ่น
กงสุลใหญ่กล่าวว่า ต้มข่าปลาฮามาจิเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัด เพราะแม้จะเปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากไก่เป็นปลาและเปลี่ยนวิธีนำเสนอ แต่รสชาติพื้นฐานของต้มข่ายังคงอยู่ ทั้งกลิ่นข่า ความหวานและความเปรี้ยว
“เราต้องรักษา soul หรือจิตวิญญาณของความเป็นไทยเอาไว้ แล้วจะปรับรูปแบบอย่างไรก็ปรับไป” นายสมภพกล่าว พร้อมย้ำว่าอาหารไทยแบบดั้งเดิมยังต้องมีอยู่ ไม่ใช่ทุกอย่างจะต้องกลายเป็นอาหารฟิวชัน
อีกตัวอย่างหนึ่งที่มีการเสิร์ฟในงานคือเครื่องดื่มที่นำแนวคิดจาก “ข้าวเหนียวมะม่วง” มาตีความใหม่ โดยใช้กะทิสร้างความรู้สึกคล้ายข้าวเหนียวมูน และใช้มะม่วงในรูปเจลลี่ แม้ไม่มีเม็ดข้าวเหนียวอยู่ในแก้ว แต่ผู้ดื่มยังสามารถเชื่อมโยงรสชาติกลับไปถึงขนมไทยต้นแบบได้
นายสมภพมองว่า อาหารฟิวชั่น (fusion) ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ อีกทั้งการปรับเปลี่ยนหรือผสมผสานไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอาหารไทย เพราะอาหารไทยในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยก็เกิดจากการรับอิทธิพลและปรับวัตถุดิบมาตั้งแต่อดีต พร้อมยกตัวอย่างขนมหม้อแกง ซึ่งไทยรับอิทธิพลมาจากยุโรป โดยใช้กะทิแทนนมเมื่อเข้ามาอยู่ในสังคมไทย
“วัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างผัดไทยที่คุณพ่อคุณแม่ผมกินกับผัดไทยยุคนี้ก็ไม่เหมือนกัน แต่เราต้องไม่ลืมของเก่า” กงสุลใหญ่กล่าว
สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยแบบครอบครัว หรือร้านที่ดำเนินกิจการมานานหลายสิบปี นายสมภพระบุว่า แนวคิดในงานนี้ควรมองเป็น “food for thought” หรือสิ่งกระตุ้นให้คิดต่อ มากกว่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำตาม
เขากล่าวในฐานะผู้บริโภคว่า พร้อมจ่ายค่าอาหารในราคาสูงขึ้น หากได้รับวัตถุดิบที่ดี อาหารที่มีคุณภาพ หรือประสบการณ์ที่แตกต่างจริง แต่การตั้งราคาสูงขึ้นโดยไม่มีสิ่งใหม่หรือคุณภาพที่เพิ่มขึ้นย่อมไม่สามารถสร้างความรู้สึกคุ้มค่าให้ลูกค้าได้
“ผมว่างานวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้คิดต่อยอด อยากให้ช่วยกันคิดหาแนวทางใหม่ ๆ เพราะสิ่งที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ก็เกิดจากความคิดของคนก่อนหน้าเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องคิดต่อไป อย่าหยุดนิ่งครับ”
ภายในงานยังมีวงเสวนา “Thai Cuisine: A Conversation on Tradition & New Possibilities” โดยนายนิวัฒน์ หาญสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (Thai Trade LA), แคต ทอมป์สัน บรรณาธิการและนักเขียนด้านอาหารของ Eater LA, “เชฟป๊อป” เกษม แสงสว่าง เจ้าของร้าน Farmhouse Kitchen Thai Cuisine และเชฟแวนด้า อัศพาหุ เชฟและเจ้าของร้าน Ayara Thai Cuisine ก่อนเข้าสู่การสาธิตทำอาหารแบบโอมากาเสะโดยเชฟพอล ชวนไชยสิทธิ์ และงานเลี้ยงรับรองในช่วงเย็น
กงสุลใหญ่ยังกล่าวถึงบทบาทของร้านอาหารไทยในต่างประเทศว่า ร้านอาหารไทยเปรียบเสมือน “สถานทูตทางวัฒนธรรม” เพราะเป็นหนึ่งในจุดแรกที่ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาสัมผัสรสชาติ บรรยากาศและความเป็นไทย ก่อนต่อยอดไปสู่ความสนใจด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยในมิติอื่นต่อไป.
สมภพ เสริมสวัสดิ์ศรี กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ใ
|
|
|
เชฟพอล
|
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส