เอาเงินจากไหนค่อยว่า! ทรัมป์ขอซื้อเสียงอีก $90
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ทรัมป์ ประกาศแจกเงินอีกคนละ 90 ดอลลาร์ให้ผู้สูงอายุมากกว่า 20 ล้านคนที่มี Medicare Part B เพื่อช่วยจ่ายค่าเบี้ยประกัน โดยจะเริ่มโอนในเดือนตุลาคมก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน
เอพีรายงานจากกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2026 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสร้างข้อครหาเกี่ยวกับการแจกเงินก่อนเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อค่ำวันที่ 2 ตุลาคม ว่าเขาจะจ่ายเงิน 90 ดอลลาร์ให้ผู้สูงอายุมากกว่า 20 ล้านคนที่มี Medicare Part B เพื่อช่วยค่าเบี้ยประกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน
ทำเนียบขาวแถลงในเวลาต่อมาว่า เงินที่ทรัมป์บอกว่าจะแจกผู้สูงอายุคนละ 90 ดอลลาร์ มาจากกองทุนปรับปรุงเมดิแคร์ (Medicare Improvement Fund) ซึ่งสภาคองเกรสตั้งขึ้นในปี 2008 เพื่อใช้ปรับปรุงการดำเนินงานของเมดิแคร์ และการจ่ายเงินให้ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ
ผู้มีสิทธิต้องลงทะเบียนเมดิแคร์ Part B และอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีโดยตรงในวันที่ 8 ตุลาคม ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนรับเงินแบบฝากตรง จะได้รับเช็กทางไปรษณีย์ภายในเดือนตุลาคม
ผู้ที่มีเมดิเคดช่วยจ่ายค่าเบี้ยเมดิแคร์ให้อยู่แล้ว, ผู้ที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยเพิ่มตามระดับรายได้ และผู้ที่ใช้เมดิแคร์ แอดแวนเทจ (Medicare Advantage) จะไม่ได้รับเงินแจกก้อนนี้
เงินแจก 90 ดอลลาร์ให้ผู้สูงอายุครั้งนี้ เป็นมาตรการแจกเงินครั้งที่สามของทรัมป์ ที่หวังว่าจะส่งผลให้พรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอม โดยสองครั้งแรกคือการแจก 500 ดอลลาร์ให้ประชาชนประมาณ 1 ล้านคนสำหรับค่าเบี้ยประกันภายใต้กฎหมาย Affordable Care Act หรือ Obamacare และแจก 5,000 ดอลลาร์ให้อเมริกันวัยผู้ใหญ่ทุกคน ภายใต้ข้อแม้ว่าพรรครีพับลิกันจะต้องชนะการเลือกตั้ง และยังครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไปหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
อย่างไรก็ตาม แผนแจกเงินหาเสียงให้พรรคของทรัมป์อาจต้องใช้เงินมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ทรัมป์และทีมงานระบุว่าเงินจะมาจากภาษีศุลกากรที่เก็บจากคู่ค้าทั่วโลก แต่ข้อมูลกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2026 ถึงเดือนสิงหาคม รัฐบาลมีรายได้สุทธิจากภาษีศุลกากรเพียง 167.3 พันล้านดอลลาร์ หรือไม่ถึงหนึ่งในหกของเงินที่ต้องใช้เท่านั้น
นอกจากนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับ “ภาษีทรัมป์” ของกระทรวงการคลัง ยังชี้ด้วยว่า นอกจากจะไม่พอสำหรับนำไปแจกจ่ายซื้อเสียงให้รัฐบาลแล้ว ยังไม่เพียงพอสำหรับการบริหารประเทศต่อไปด้วย เพราะในปีงบประมาณเดียวกันนี้ รัฐบาลขาดดุลงบประมาณสะสมประมาณ 1.97 ล้านล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังมีหนี้ของประเทศอยู่อีกประมาณ 40 ล้านล้านดอลลาร์ด้วย
นักวิเคราะห์การเมืองหลายฝ่ายมองว่า ความพยายามของทรัมป์ในการซื้อเสียงด้วย “เงินในอากาศ” ครั้งนี้ มีขึ้นในช่วงที่ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากคะแนนนิยมของตัวเองและพรรครีพับลิกันที่ดิ่งลงสู่ระดับ “ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์” ท่ามกลางปัญหาค่าครองชีพ โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 17% ที่เห็นชอบกับผลงานของทรัมป์ในการรับมือเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมันและอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมาราวแปดเดือน และทรัมป์ไม่สามารถหาทางออกได้ ยังคงเป็นความกังวลอันดับต้นๆ ของชาวอเมริกันทั่วประเทศ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส