จับตาอันตรายจาก “เป็ดง่อยทรัมป์” ก่อสงคราม-โกยแหลก
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : นักวิชาการด้านการเมืองระหว่างประเทศเตือนว่า ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่อาจทำให้ทรัมป์ กลายเป็นผู้นำที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม เพราะยังมีอำนาจมหาศาลด้านการต่างประเทศและการทหาร โดยเฉพาะความเสี่ยงที่จะขยายสงครามกับอิหร่าน หรือใช้กำลังทหารล้มรัฐบาลคิวบาในช่วงสองปีที่เหลือ
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 นิตยสาร Foreign Affairs เผยแพร่บทวิเคราะห์เรื่อง “อันตรายของเป็ดง่อยทรัมป์” (The Dangers of a Lame-Duck Trump) โดยแดเนียล เดรซเนอร์ ศาสตราจารย์ด้านการเมืองระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยทัฟต์ส และเอลิซาเบธ ซอนเดอร์ส ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เตือนถึงอันตรายจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอม และเตรียมครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
นักวิชาการทั้งสองระบุว่า ทรัมป์เข้าสู่สถานะที่เรียกว่า “เป็ดง่อย” (Lame Duck) หรือประธานาธิบดีที่กำลังหมดอำนาจทางการเมือง เพราะไม่สามารถผลักดันกฎหมายสำคัญในประเทศได้อย่างอิสระอีกต่อไป แต่กลับยังมีอำนาจกว้างขวางด้านการต่างประเทศ ซึ่งสภาคองเกรสควบคุมได้จำกัด
อันตรายของทรัมป์ในสภาพเป็ดง่อยถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง เพราะเขาเคยทำร้ายประเทศอย่างรุนแรงมาแล้วหลังแพ้เลือกตั้งปี 2020 จากความพยายามคัดค้านผลเลือกตั้ง ถึงขั้นปลุกระดมกลุ่มผู้สนับสนุนหัวรุนแรงให้ก่อการรัฐประหาร
นักวิชาการเตือนว่า เมื่อเดโมแครตกลับมาครองสภาคองเกรส ทรัมป์อาจเผชิญการสอบสวนธุรกิจของครอบครัว หรือแม้แต่ความพยายามถอดถอนออกจากตำแหน่ง ทำให้เขาอาจตอบโต้ด้วยการใช้นโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าวยิ่งขึ้น
ความเสี่ยงสำคัญที่สุดคือสงครามอิหร่าน โดยมีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์และอิสราเอลเตรียมแผนโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งนักวิชาการมองว่าการยกระดับสงครามอาจกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือพาณิชย์และพันธมิตรสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลก
อีกประเทศที่น่ากังวลคือคิวบา หลังรัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงตลอดปี 2026 จนประชาชนเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีเป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยนรัฐบาลคิวบา
บทวิเคราะห์ระบุว่า ทรัมป์อาจมองการใช้กำลังทหารกับคิวบาเป็นโอกาสสร้างผลงานทางการเมืองครั้งสุดท้าย แม้การโค่นรัฐบาลด้วยกำลังทหารมักไม่ประสบความสำเร็จ และอาจก่อให้เกิดปัญหาผู้อพยพจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสหรัฐฯ
นอกจากนั้น ทรัมป์ยังอาจกลับมาข่มขู่แคนาดา กดดันพันธมิตรในองค์การนาโต หรือพยายามเจรจาข้อตกลงกับรัสเซียและจีน โดยเสี่ยงต่อการยอมเสียผลประโยชน์ของยูเครนหรือไต้หวัน เพื่อให้ตนเองได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างสันติภาพ
แต่สิ่งหนึ่งที่บทวิเคราะห์ฟันธงว่าจะเกิดขึ้นแบบโจ่งแจ้งในช่วงสองปีต่อจากนี้ คือการแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจให้ครอบครัวมากขึ้น โดยบทวิเคราะห์อ้างรายงานของ The New Yorker ว่าครอบครัวทรัมป์ได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจจากต่างประเทศรวมประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ และอาจมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นเมื่อรู้ว่าการถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งต้องใช้เสียงวุฒิสภาถึง 67 เสียง
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะใช้เวลาที่เหลือกับการออกคำสั่งอภัยโทษให้กับนักโทษยอมจ่ายเงินซื้ออิสรภาพจากเขา การดำเนินคดีกับศัตรูทางการเมือง และโครงการก่อสร้างหรือปรับปรุงสถานที่สำคัญในกรุงวอชิงตันแบบบ้าคลั่งมากขึ้น.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส