ทรัมป์เริ่ม “ว้าก” ลูกน้อง หลังรีพับลิกันส่อเสียสภาล่าง
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ตามคาด “ทรัมป์” เริ่มโยนความผิดให้ทีมการเมือง หลังทุ่มเงินหาเสียงมหาศาลแต่คะแนนรีพับลิกันไม่กระเตื้อง ตั้งคำถามแม้กระทั่งแผนแบ่งเขตเลือกตั้งที่ตัวเองผลักดัน โดย “ลืมมองตัวเอง” ว่าคือผู้ทำให้คะแนนนิยมรีพับลิกันตกต่ำเป็นประวัติการณ์
รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2026 โดยอ้างแหล่งข่าวที่รับรู้การหารือภายในพรรครีพับลิกันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังตำหนิผู้ช่วยระดับสูงเรื่องการใช้เงินหาเสียง การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ และการเลือกผู้สมัคร ในช่วงที่สถานการณ์ของพรรครีพับลิกันไม่สู้ดีนักในการพยายามรักษาเสียงข้างมากในการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน
เป้าหมายสำคัญที่ถูกทรัมป์โจมตีคือ เจมส์ แบลร์ ผู้ดูแลกลุ่มระดมทุนการเมืองมาก้า อิงก์ (MAGA Inc.) ซึ่งใช้เงินหาเสียงไปแล้วประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ แต่ผลสำรวจในสนามสำคัญยังไม่ดีขึ้น โดยรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวด้วยว่า ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์จะอนุมัติเงินเพิ่มก่อนเลือกตั้งหรือไม่
คำถามจากทรัมป์ว่า เหตุใดการทุ่มเงินมหาศาลจึงไม่ช่วยให้คะแนนรีพับลิกันดีขึ้น ยังส่งผลให้ลูกทีมทรัมป์เริ่มกล่าวโทษกันเอง โดยแหล่งข่าวระบุว่า ซูซี ไวลส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ชี้ความผิดไปที่เจมส์ แบลร์ ผู้ดูแลการใช้เงินหาเสียงของมาก้า อิงก์ ส่วนแบลร์หันไปตำหนิทีมประสานงานฝ่ายนิติบัญญัติของทำเนียบขาว
ไวลส์เองก็ถูกเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและพันธมิตรบางส่วนตั้งคำถามถึงการกำกับดูแลทีมการเมือง โดยเฉพาะหลังแบลร์เดินทางไปรับงานที่ปรึกษาในบอสเนียช่วงต้นเดือนตุลาคม ทั้งที่ควรดูแลการหาเสียงโค้งสุดท้าย แหล่งข่าวคนหนึ่งระบุว่า ไวลส์อนุมัติการเดินทางโดยไม่ได้แจ้งทรัมป์ เป็นเหตุให้ทรัมป์ไม่พอใจรุนแรง เพราะกังวลว่างานนอกทำให้แบลร์เสียสมาธิจากหน้าที่
ทรัมป์ยังต้องการคำอธิบายว่า เหตุใดการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ในหลายๆ รัฐ ที่เขาผลักดันด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านกระบวนการตามกฎหมาย จึงไม่สร้างความได้เปรียบตามคาด โดยเฉพาะในเท็กซัส ซึ่งรีพับลิกันบางคนกังวลว่า การกระจายฐานเสียงออกไปเพื่อหวังเพิ่มที่นั่ง อาจกลับทำให้สมาชิกสภาเดิมของพรรคเสี่ยงแพ้มากขึ้น
รอยเตอร์ระบุว่า ความเพลี่ยงพล้ำของรีพับลิกันส่วนหนึ่งมาจากการกำหนดยุทธศาสตร์ของทรัมป์เอง ทั้งการแบ่งเขต และการเลือกตัวผู้สมัครจากความภักดีหรือความขัดแย้งส่วนตัว อีกทั้งคะแนนนิยมในตัวของเขาเองตกต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่ง จากความกังวลเรื่องราคาสินค้า น้ำมัน ค่าครองชีพ และความไม่พอใจต่อสงครามอิหร่าน แต่เขากลับไม่ยอมรับว่าปัจจัยเหล่านี้กำลังกดดันผู้สมัครของพรรค
ผลสำรวจจากหลายสำนักชี้เหมือนกันว่า การเลือกตั้งมิดเทอมในเดือนพฤศจิกายน 2026 จะส่งให้พรรคเดโมแครตยึดเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนวุฒิสภายังสูสี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ทรัมป์จะเสียอำนาจเบ็ดเสร็จที่เขามีมาตั้งแต่ต้น และจะผลักดันกฎหมายหรือนโยบายต่างๆ ได้ยากขึ้นในสองปีสุดท้าย
แต่ประเด็นที่ทำให้ทรัมป์แสดงความกังวลที่สุดหากเดโมแครตยึดเสียงข้างมากในรัฐสภา คือพรรคเดโมแครตจะมีอำนาจออกหมายเรียกพยานและเอกสารเพื่อสอบสวนรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงอาจเดินหน้าลงมติถอดถอนเขาได้
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวของรอยเตอร์ โดยบอกว่าคำพูดของแหล่งข่าวคือการคาดเดาที่ไร้หลักฐาน.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส