ข่าวคนไทยในอเมริกา
“ทรัมป์” โกยกว่าพันล้าน แค่ “ปีแรก” ในตำแหน่ง

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เอกสารเปิดเผยทรัพย์สินของทรัมป์ โชว์รายได้จากธุรกิจคริปโตมากกว่า 1.43 พันล้านดอลลาร์ในปีแรกหลังกลับเข้ารับตำแหน่ง จนนักวิจารณ์ถึงกับอุทาน “ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดใช้ตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์แบบเปิดเผยเพียงนี้มาก่อน”

บีบีซี รายงานเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ว่า เอกสารแสดงรายการทรัพย์สินและรายได้ความยาว 927 หน้า ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องยื่นเปิดเผย ระบุว่า ทรัมป์มีรายได้จากธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรวม 1,430,390,415 ดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และมีรายได้รวมอย่างน้อย 2.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเอกสารเปิดเผยของปี 2024 ที่แสดงรายได้มากกว่า 600 ล้านดอลลาร์

รายได้จากคริปโตส่วนใหญ่ประกอบด้วย ค่าลิขสิทธิ์ 635 ล้านดอลลาร์จากบริษัท เซเลเบรชัน คอยน์ส (Celebration Coins) ซึ่งอยู่เบื้องหลังเหรียญมีม $TRUMP และรายได้อีกกว่า 500 ล้านดอลลาร์จาก เวิลด์ ลิเบอร์ตี ไฟแนนเชียล (World Liberty Financial) บริษัทคริปโตที่ก่อตั้งโดยบุตรชายของทรัมป์ร่วมกับบุตรชายของ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯในตะวันออกกลาง

โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่า ทรัมป์ได้นำธุรกิจทั้งหมดเข้าไว้ในทรัสต์ ที่บริหารโดยบุตรชายทั้งสอง และปฏิเสธว่าประธานาธิบดีแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่ง 

“ทั้งประธานาธิบดีและครอบครัวไม่เคยมีและจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน” ทำเนียบขาวแถลง พร้อมระบุว่าทรัมป์ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็น "เมืองหลวงด้านคริปโตของโลก"

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงทำกำไร เพราะตลาดหุ้นกำลังขึ้น ทุกคนต่างก็ทำกำไร" พร้อมยืนยันว่าเขาไม่ได้เข้าไปจัดการเรื่องการเงิน เพราะมีผู้จัดการกองทุนดูแลการลงทุนทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ริชาร์ด เพนเตอร์ อดีตที่ปรึกษาด้านจริยธรรมประจำทำเนียบขาวในรัฐบาล จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า การที่ประธานาธิบดีมีรายได้จากคริปโตกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ถือเป็นเรื่อง "ไม่ธรรมดา" และมองว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจน เพราะการที่ประธานาธิบดีผ่านกฎหมายต่างๆ เพื่อสนับสนุน รวมถึงกระโจนเข้ามาในธุรกิจแบบเต็มตัว ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและคู่ค้าทั่วโลก ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่งอีกคนชี้ว่า แนวทางของทรัมป์แตกต่างจากอดีตประธานาธิบดีทุกคน ที่แยกทรัพย์สินออกจากการดำรงตำแหน่งอย่างชัดเจน

เอกสารแสดงทรัพย์สินของทรัมป์ยังระบุว่า ทรัมป์มีรายได้จากสโมสร มาร์-อา-ลาโก ราว 77 ล้านดอลลาร์ สนามกอล์ฟโดรัลในรัฐฟลอริดา 122 ล้านดอลลาร์ รวมทั้งมีรายได้จากสนามกอล์ฟอีกหลายแห่งในรัฐฟลอริดา รัฐนิวเจอร์ซีย์ และประเทศสกอตแลนด์ นอกจากนี้ ยังได้รับค่าลิขสิทธิ์จากนาฬิกา พระคัมภีร์ รองเท้าผ้าใบ น้ำหอม และกีตาร์ที่ใช้แบรนด์ทรัมป์ รวมกว่า 4.7 ล้านดอลลาร์

ส่วน เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง มีรายได้ 10.7 ล้านดอลลาร์จากสัญญาอนุญาตใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับสารคดีชีวิตของเธอ และอีก 6 ล้านดอลลาร์จากการจำหน่ายโทเคนดิจิตอล เอ็นเอฟที (NFT)

เอกสารยังระบุว่า ทรัมป์ได้รับเงินชดเชยจากการยุติคดีความรวม 86.5 ล้านดอลลาร์ รวมถึงคดีที่ฟ้องเอบีซี ซีบีเอส เมตา ยูทูบ และเอ็กซ์ ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่า เงินส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้สำหรับหอสมุดประธานาธิบดีในอนาคต หรืออาจมอบให้แก่องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ดูแลสวนสาธารณะในกรุงวอชิงตัน ดีซี

นิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่า ปัจจุบันทรัมป์มีทรัพย์สินสุทธิราว 6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 2.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ขณะที่ดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์กประเมินมูลค่าทรัพย์สินของเขาไว้ที่ 7.6 พันล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคม 2026 นิตยสารเดอะนิวยอร์กเกอร์ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ของ เดวิด ดี. เคิร์กแพทริก ที่ประเมินว่า นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง เขาและครอบครัวมีผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการดำรงตำแหน่งรวมประมาณ 4.05 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากที่เขาเคยประเมินไว้ 3.4 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 

ตัวเลขดังกล่าว ผู้เขียนย้ำว่าเป็นการประเมินแบบระมัดระวัง และไม่นับรวมธุรกิจดั้งเดิมของทรัมป์ เช่น โรงแรม สนามกอล์ฟ อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนมูลค่าหุ้นของบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล และเงินระดมทุนทางการเมือง

การเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการขยายธุรกิจคริปโตของครอบครัวทรัมป์แล้ว ผู้เขียนยังยกตัวอย่างโครงการลงทุนและข้อตกลงทางธุรกิจหลายแห่งในต่างประเทศ ทั้งในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปากีสถาน และมัลดีฟส์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า โครงการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับนักลงทุนหรือหน่วยงานต่างชาติที่มีผลประโยชน์เชื่อมโยงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ส่อให้เห็นถึงการมีผลประโยชน์ทับซ้อนของทรัมป์และครอบครัวอย่างชัดเจน

“เมื่อเริ่มต้นวาระแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ เขาให้คำมั่นว่าตัวเขาและครอบครัวจะไม่ทำสิ่งใดที่อาจถูกมองได้ว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ในวาระที่สองกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เขาและสมาชิกในครอบครัวได้ลงนามในข้อตกลงธุรกิจขนาดใหญ่กับต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนแฝงอยู่” บทวิเคราะห์ระบุ 

การใช้สถานะประธานาธิบดี เพื่อดึงดูดผู้ซื้อและนักลงทุนของทรัมป์นั้น บทความของเดอะนิวยอร์กเกอร์ สรุปชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่ “ไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดใช้ตำแหน่งของตนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อย่างเปิดเผย หรือในวงกว้างถึงเพียงนี้”




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
02-07-2026 “ทรัมป์” โกยกว่าพันล้าน แค่ “ปีแรก” ในตำแหน่ง (0/27)   
02-07-2026 เตือนคนในโคเรียทาวน์ “ต้มน้ำประปา” หลังพบ “อีโคไล” ปนเปื้อน (0/13)   
30-06-2026 กันยานี้ ยูเนสโกอาจยก “ลาบ” เป็นมรดกวัฒนธรรมลาว (0/48) 
30-06-2026 ผิดคิวแรง! “พาสปอร์ตผู้รักชาติ” ของทรัมป์ถูก“วิจารณ์ยับ” (0/31) 
30-06-2026 ศาลสูงฟันธง ยกเลิก "สัญชาติโดยกำเนิด" ขัดรัฐธรรมนูญ” (0/31) 

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
643
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข