ข่าวคนไทยในอเมริกา
รีพับลิกันสรุปเอง “อเมริกาแพ้สงคราม”

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : รีพับลิกันตั้งคำถามทรัมป์ คุ้มไหม? กับการทุ่มงบประมาณแสนล้านดอลลาร์ แถมชีวิตทหารอเมริกันอีก 13 นายไปกับทำสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน จนเศรษฐกิจพินาศหลายเดือน แล้วเสนอ “ดีล” ยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร คืนเงินหลายพันล้านที่อายัดไว้ ฯลฯ เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

อเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็น “ตัวตลก” ในสายตาชาวโลกอีกครั้ง หลังกรอบข้อตกลง 14 ข้อในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ทรัมป์ลงนามกับผู้นำอิหร่านได้รับการเผยแพร่ออกมา 

สาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจดังกล่าว กำหนดให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านกลับมาขายน้ำมันและเข้าถึงระบบการเงินและธุรกรรมในตลาดโลกได้อีกครั้ง, ปลดอายัดเงินทุนและทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่ถูกระงับไว้ และจะตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับอิหร่านมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้อิหร่านยอมเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เหมือนก่อนเกิดสงครามอีกครั้ง

กระทั่งสมาชิกรีพับลิกันหลายคนที่ไม่เคยแสดงท่าทีขัดขวางการประกาศสงครามแบบผิดกฎหมายของทรัมป์มาก่อน ก็ยังแสดงความเห็นว่าอิหร่านได้ประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าวมากเกินไป โดยเฉพาะการเข้าถึงเงินทุนจำนวนมหาศาล โดยไม่มีข้อห้ามชัดเจนเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หรือโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน อันเป็นสาเหตุที่ทรัมป์อ้างในการก่อสงครามครั้งนี้

วุฒิสมาชิกบิล แคสซิดี จากรัฐหลุยเซียนา โพสต์ข้อความบน X ว่า “โรนัลด์ เรแกนคงสะดุ้งในหลุมศพ” พร้อมเรียกผลลัพธ์ของสงครามและข้อตกลงครั้งนี้ว่าเป็น “ความผิดพลาดด้านนโยบายต่างประเทศที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ” 

“อิหร่านไม่ได้ถูกจำกัดความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์เลย แต่ทำให้อิหร่านตระหนักดีขึ้นว่าการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ สามารถบีบบังคับโลกได้” แคสซิดี กล่าว

นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังหมายถึงสหรัฐฯ จะยกเลิกอายัดทรัพย์สินและรายได้ของอิหร่านหลังการคว่ำบาตรอิหร่านในปี 2018 โดยรายได้ดังกล่าวมาจากการขายน้ำมันในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน ซึ่งประเมินว่ามีมูลค่าหลายหมื่นล้าน หรืออาจมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์

วุฒิสมาชิกเท็ด ครูซ จากรัฐเท็กซัส ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่รัฐสภาว่าการปล่อยเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่เคยถูกอายัดไว้ ไหลกลับเข้าสู่อิหร่าน อาจถูกนำไปสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง

“ประวัติศาสตร์สอนเราว่า การให้เงินจำนวนมหาศาลแก่พวกหัวรุนแรงที่ต้องการสังหารชาวอเมริกัน ไม่ใช่ความคิดที่ดี” วุฒิสมาชิกเท็ด ครูซ กล่าว

วุฒิสมาชิกจอห์น คอร์นิน ซึ่งเป็นรีพับลิกันจากรัฐเท็กซัส ตั้งข้อสังเกตระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่รัฐสภาว่า ข้อตกลงที่ทรัมป์ยอมเซ็นนั้น ยินยอมให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้โดยอิสระ รวมถึงการขึ้นค่าผ่านในอนาคต อีกทั้งไม่ได้เสนอให้อิหร่านยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนทางทหารของตัวเองในภูมิภาคเลย

ความไม่พอใจที่เกิดขึ้นจากกรอบข้อตกลงเบื้องต้น 14 ข้อดังกล่าว ทำให้วุฒิสมาชิกทั้งสองพรรคจำนวนมาก ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์เปิดเผยรายละเอียดฉบับเต็มของข้อตกลงต่อวุฒิสภาโดยเร็ว โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการยกเลิกคว่ำบาตร การปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน รวมถึงเงื่อนไขเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และการใช้ช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต

ทั้งนี้ ข้อตกลงที่โลกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้แบบสิ้นท่าของอเมริกานี้ ถูกตอกย้ำด้วยท่าทีของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ระบุว่าทรัมป์ ยอมทำข้อตกลงดังกล่าวเพราะไม่มีทางเลือก (out of desperation) พร้อมยืนยันว่าอิหร่านจะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต และจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ดี สมาชิกพรรครีพับลิกันและเหล่ามาก้าบางส่วน ก็ยังคงออกมาสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว โดยบอกว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งจะช่วยลดราคาน้ำมันและค่าพลังงานทั่วโลก รวมถึงช่วยลดต้นทุนปุ๋ย อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐฯ ด้วย.




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
18-06-2026 รีพับลิกันสรุปเอง “อเมริกาแพ้สงคราม” (0/21)   
18-06-2026 บทความ : ถามฟีฟ่า “พักดื่มน้ำ” เพื่อสุขภาพหรือพักขายโฆษณา (0/23)   
18-06-2026 ไหวไหม? บังคับทิปเกือบสิบเหรียญ (ไม่รวมทิปคนเสิร์ฟ) จากอาหารหนึ่งจาน (0/27)   
17-06-2026 เปิด 14 ข้อ “ข้อตกลงสันติภาพ” ทรัมป์-อิหร่าน (0/32) 
17-06-2026 อเมริกาไม่ใช่ “ดินแดนแห่งโอกาส” ของชาวเอเชียอีกต่อไป (0/34) 

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
643
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข