เว็บไซต์ Laotian Times รายงานตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2026 ถึงแผนผลักดัน “ลาบ” อาหารประจำชาติของประเทศ ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก (UNESCO) เป็นหนึ่งในห้าประเพณีและวัฒนธรรมที่ลาวเตรียมเสนอในช่วงปี 2026-2030 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10
รัฐบาลลาวระบุว่า “ลาบ” ไม่ใช่เพียงอาหารยอดนิยมที่ปรากฏในแทบทุกโอกาสสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน วันเกิด พิธีขึ้นบ้านใหม่ หรือเทศกาลปีใหม่ลาว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชาวลาว โดยคำว่า “ลาบ” มีความหมายถึง “โชคลาภ” และ “ความมั่งคั่ง” ในภาษาลาว
ข้อเสนอขึ้นทะเบียนลาบได้รับการผลักดันโดยสมาคมนักธุรกิจสตรีลาว ซึ่งยื่นเรื่องผ่านกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี 2025 โดยคาดว่ายูเนสโกจะมีคำตัดสินในเดือนกันยายน 2026
หากได้รับการอนุมัติ “ลาบ” จะกลายเป็นมรดกวัฒนธรรมของลาวรายการที่สี่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก ต่อจากดนตรีแคน ในปี 2017, การทอผ้าลายนาค ปี 2023 และการฟ้อนลำวงลาว (Fon Lamvong Lao) ในปี 2024
นอกจากลาบแล้ว ลาวยังเสนอขึ้นทะเบียนพิธีสู่ขวัญ หรือบายศรี, พิธีปู่เยอ-ย่าเยอ (Pou Yer–Ya Yer) ตำนานบรรพบุรุษแห่งเทศกาลปีใหม่ลาว, เทศกาลบุญปีใหม่ลาว และประเพณีการทำข้าวต้ม-ข้าวหลาม ซึ่งถือเป็นอาหารที่มีความสำคัญทั้งด้านพิธีกรรมและการรวมตัวของชุมชน
นอกจากนี้ ลาวยังเตรียมเสนอแหล่งมรดกโลกอีก 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาตินาไก-น้ำเทิน, อุทยานโบราณคดีหินตั้ง ในแขวงหัวพัน และพระธาตุอิงฮัง ในแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งเป็นหนึ่งในพระธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศ
ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก จะช่วยเพิ่มมาตรการคุ้มครอง การยอมรับและสนับสนุนจากนานาชาติ และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งสำคัญให้คงอยู่สืบไป.