คลิป “องค์ลง-ตัวสั่น-ผีออก" ว่อนอเมริกา! ยันปาฏิหารณ์พระคริสต์ (ไม่ใช่ลัทธิ)
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ปรากฏการณ์ “องค์ลง” ไม่ได้มีแค่ในเมืองไทย หลังนักเทศน์แห่งโบสถ์คริสต์ในแอลเอ กำลังเป็นไวรัลกับคลิป “ลูกศิษย์” ชักดิ้นชักงอเมื่อแตะต้องตัว อ้างเป็นปาฏิหาริย์พระเจ้า และโต้กลับคำครหาของนักเทศน์ชาวคริสต์อื่นๆ ว่า “อิจฉาฉันละสิ”ปรากฏการณ์ผู้ศรัทธาเกิดอาการตัวสั่น ร้องไห้ และชักดิ้นชักงอระหว่างฟังการเทศน์และอธิษฐานของนักเทศน์หญิงและผู้นำโบสถ์แห่งหนึ่งในลอส แอนเจลิส กำลังเป็นประเด็นร้อน จากคลิปงานเปิดตัวหนังสือ (Ignite Revival: Be Set on Fire to Change the World) ของเธอที่ร้านหนังสือบาร์นส์แอนด์โนเบิล ในฮิวส์ตัน เท็กซัส เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่กำลังเป็นไวรัล และถูกวิจารณ์ว่าเข้าข่าย "ลัทธิ"
นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมว่า เหตุการณ์ที่ผู้ร่วมงานหลายคนมีอาการตัวสั่นแบบคุมไม่อยู่ ร้องไห้ บางคนถึงกับล้มลงแน่นิ่ง หรือชักดิ้นชักงอกับพื้นหลังได้สัมผัสมือ หรือถูกเธอแตะศีรษะหรือร่างกาย ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ทำให้ แคทริน คริก วัย 35 ปี เจ้าของคลิป ซึ่งเป็นนักเทศน์และผู้นำโบสถ์ชื่อ Five-Fold Church หรือ 5F Church ที่จัดพิธีนมัสการเป็นประจำที่ Belasco Theatre โรงละครเก่าแก่ในย่านดาวน์ทาวน์ ของเมืองลอส แอนเจลิส ต้องออกมาชี้แจง และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเธอเป็นผู้นำลัทธิ (cult)
คริกโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า "พระเจ้าทรงเคลื่อนไหวในร้านหนังสือแห่งนี้" พร้อมระบุว่า มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากได้รับการรักษาจากโรคภัย ความบอบช้ำทางจิตใจ และได้รับการปลดปล่อยจากอำนาจชั่วร้าย
เหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้คนจำนวนมากแสดงความเห็นว่าเป็นผลจากการสัมผัสพลังของพระเจ้า และเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่การจัดฉากหรือการบังคับ
ขณะเดียวกัน ยังคงมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงบรรดานักเทศน์และนักวิชาการคริสต์ แสดงความไม่เห็นด้วย โดยกล่าวหาว่ากำลังเผยแผ่หลักคำสอนที่ผิด บางคนถึงกับเรียกเธอว่า "ผู้นำลัทธิ" และตั้งคำถามว่าเหตุใดผู้เข้าร่วมพิธีของเธอจึงมักมีอาการสั่น ล้ม หรือชัก ซึ่งแตกต่างจากพิธีอธิษฐานรักษาโรคของคริสตจักรส่วนใหญ่
คริกตอบโต้ผ่านอินสตาแกรมว่า กระแสโจมตีของบรรดานักเทศน์และนักวิชาการด้านคริสต์ศาสนานั้น เกิดจาก “ความอิจฉา” และความไม่เข้าใจในปาฏิหาริย์ของพระเจ้า พร้อมยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทำงานของพระเจ้า และไม่ใช่สิ่งที่ถูกจัดฉาก
แม้ฝ่ายผู้ศรัทธาจะเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปาฏิหาริย์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานอิสระที่ยืนยันคำกล่าวอ้างเรื่องการรักษาโรคหรือการขับไล่วิญญาณร้าย ทำให้การถกเถียงเกี่ยวกับปรากฏการณ์ประหลาดนี้ ยังดำเนินต่อไป
สิ่งที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ การขับไล่วิญญาณ หรืออาการคล้าย "ผีเข้า" ไม่ได้เป็นประเด็นที่พบเฉพาะในสังคมไทยหรือเอเชียเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดทั้งความศรัทธาและข้อโต้แย้งในสหรัฐฯ เช่นกัน.
ดูคลิปได้ที่นี่ (คลิก)
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส