นิวส์วีค รายงานเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026 ว่า ชาวอเมริกันหลายล้านคนกำลังได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้นในปีนี้ โดยเงินคืนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 775 ดอลลาร์สำหรับผู้ยื่นแบบภาษีที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนใหม่ ซึ่งเพิ่งประกาศใช้ภายใต้กฎหมายภาษีฉบับล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
แฟรงก์ บิซิญญาโน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกรมสรรพากร หรือไออาร์เอส ให้การต่อคณะกรรมาธิการด้านภาษีและรายได้ของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคมว่า จากแบบยื่นภาษีประมาณ 55 ล้านฉบับที่ส่งเข้ามาแล้วในปีนี้ มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์มีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามกฎหมายใหม่อย่างน้อยหนึ่งรายการ
ไออาร์เอสระบุว่า เงินคืนภาษีในปีนี้เพิ่มขึ้นชัดเจน โดยเงินคืนเฉลี่ยทั่วประเทศจะอยู่ที่ 3,804 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขของปีที่แล้วประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
เงินคืนภาษีที่เพิ่มเฉลี่ย 775 ดอลลาร์ดังกล่าว คาดว่าจะเกิดกับผู้เสียภาษีที่ใช้สิทธิลดหย่อนอย่างน้อยหนึ่งรายการในกฎหมายภาษีชุดใหม่ ซึ่งเพิ่มสิทธิหักลดหย่อนจากเดิมอย่างน้อย 4 รายการ คือ
-หักลดหย่อนรายได้จากค่าล่วงเวลา (Overtime pay deduction) สามารถหักลดหย่อนได้สูงสุดประมาณ 12,500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสิทธิที่มีผู้ใช้มากที่สุดในปีภาษีนี้
-หักลดหย่อนรายได้จากทิป (Tipped income deduction)
-หักลดหย่อนจากโบนัสหรือสิทธิพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ (Senior bonus deduction) หักได้สูงสุดประมาณ 6,000 ดอลลาร์
-แรงจูงใจสำหรับการซื้อรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐ (American-made vehicle incentive)
นอกจากนี้ยังมี มาตรการที่ช่วยเพิ่มเงินคืนทางอ้อม เช่นเครดิตภาษีบุตร (Child Tax Credit) เพิ่มขึ้น โดยมีส่วนที่สามารถขอคืนเงินได้ 1,700 ดอลลาร์ และเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนมาตรฐาน (Standard deduction) ทำให้รายได้ที่ต้องเสียภาษีน้อยลง
ไออาร์เอสระบุว่า ครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากมาตรการภาษีใหม่คือครัวเรือนที่มีรายได้รวมหลังการปรับรายการหักลดหย่อนต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์ หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลต่อผู้เสียภาษีรายได้ระดับปานกลางและรายได้ต่ำเป็นหลัก
ข้อมูลเบื้องต้นของไออาร์เอส แสดงให้เห็นว่า เงินคืนภาษีโดยรวมกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เงินคืนเฉลี่ยอยู่ที่ 3,804 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 351 ดอลลาร์จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์
นิวส์วีคอ้างความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ว่า เงินคืนภาษีตามกฎหมายภาษีและงบประมาณของทรัมป์ จะส่งผลกับครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากแรงกดดันเงินเฟ้อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“แม้เงินคืนภาษีมากขึ้นจะเป็นเรื่องดี แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากอาจพบว่าเงินเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกผลกระทบจากเงินเฟ้อกลบไปแล้ว จึงไม่น่าจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนได้มากนัก” นิวส์วีคระบุ.