อิหร่านตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดแทนพ่อ
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : อิหร่านประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด เชื่อสานต่อนโยบายแข็งกร้าวของพ่อ เป็นการดับฝันการปฏิรูปครั้งใหญ่ในอิหร่านของทรัมป์
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2026 ว่า คณะนักบวชผู้ปกครองอิหร่านได้แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี เป็นผู้นำสูงสุดคนที่สามของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หลังจาก อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนก่อน ถูกสังหารจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
แถลงการณ์จากสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นคณะนักบวช 88 คนที่มีอำนาจเลือกผู้นำสูงสุด ระบุว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นจาก “คะแนนเสียงอย่างเด็ดขาด” ของสมาชิกสภา และยืนยันว่าคณะนักบวช “ไม่ลังเลแม้แต่นาทีเดียว” ในการเลือกผู้นำคนใหม่ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญการรุกรานอย่างโหดร้ายจากอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ (Zionist)
การแต่งตั้งเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ปะทุขึ้นหลังการโจมตีซึ่งสังหาร อาลี คาเมเนอี และทำให้ตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียซึ่งเป็นฐานกำลังสำคัญของกองทัพสหรัฐฯ
ความขัดแย้งยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานในสหรัฐฯ ด้วยการสนับสนุนให้อินเดียนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมากขึ้น แม้สหรัฐฯ เคยพยายามกดดันให้ลดการซื้อจากรัสเซียมานานหลายปี
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า โมจตาบา คาเมเนอี ซึ่งเป็นนักบวชและมีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม จะดำเนินนโยบายแข็งกร้าวต่อไปเช่นเดียวกับบิดา และไม่น่าจะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ในประเทศ
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งประกาศว่ามีอาวุธและเสบียงเพียงพอที่จะดำเนินสงครามด้วยโดรนและขีปนาวุธในตะวันออกกลางต่อไปได้อีกนานถึง 6 เดือน ได้ประกาศสนับสนุนผู้นำคนใหม่ทันที พร้อมระบุว่าพร้อม “เชื่อฟังและเสียสละอย่างเต็มที่” เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของเขา
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของ โมจตาบา คาเมเนอี ถือว่าเป็นการ “ดับฝัน” ของทรัมป์ ที่สนับสนุนให้ชาวอิหร่านออกมาเคลื่อนไหวปฏิรูประบบการเมือง โดยเขาอาจมีบทบาทในการเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่านด้วย
โดยที่ผ่านมา ทรัมป์มีทีท่าสนับสนุน เรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ และเป็นพันธมิตรกับทรัมป์ ขึ้นเป็นผู้นำชั่วคราวของประเทศ ระหว่างที่อิหร่านเตรียมจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ล่าสุด กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งนายระหว่างการสู้รบในซาอุดีอาระเบีย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตของสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้เพิ่มเป็น 7 นาย.
โมจตาบา คาเมเนอี
|
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส