“ลูกโรบินฮูด” รอลุ้น ศาลสูงตัดสิน “สัญชาติจากการเกิด” เร็วๆนี้
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ศาลสูงสหรัฐฯ เตรียมตัดสินคดีสำคัญเรื่อง “สิทธิ์ได้สัญชาติจากการเกิด” ที่อาจทำให้เด็กที่เกิดในอเมริกาปีละกว่าสองแสนคน ไม่ได้รับสัญชาติ
ศาลสูงสหรัฐฯ กำลังพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งจากอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการยกเลิกการให้สัญชาติอัตโนมัติแก่เด็กที่เกิดในประเทศ หากพ่อแม่ไม่มีสถานะถูกกฎหมาย หลังศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ
คาดว่าศาลสูงจะมีคำตัดสินคดีนี้ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2026
กฎหมายปัจจุบันอ้างอิงบทแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 (The 14th Amendment) ซึ่งระบุว่าผู้ที่เกิดในสหรัฐฯ เป็นพลเมืองโดยอัตโนมัติ แม้บางฝ่ายจะอ้างว่า บทแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 ถูกเขียนขึ้นเพื่อคุ้มครองลูกหลานทาสหลังสงครามกลางเมืองเท่านั้น แต่ศาลสหรัฐฯ ตีความตั้งแต่ปี 1898 ว่า สิทธิ์การได้สัญชาติจากการเกิดนี้ ครอบคลุมเด็กที่เกิดในประเทศโดยทั่วไป รวมถึงบุตรของผู้อพยพด้วย
ข้อมูลระบุว่า ในปี 2023 มีเด็กเกิดในสหรัฐฯ ประมาณ 3.6 ล้านคน โดยราว 320,000 คน หรือประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ เป็นบุตรของแม่ที่ไม่มีสถานะถูกกฎหมายหรือมีสถานะชั่วคราว (ใช้สถานะของแม่เป็นเกณฑ์หลักในการเก็บข้อมูล)
หากคำสั่งของทรัมป์มีผลในเชิงปฏิบัติ จะมีผลให้เด็กที่เกิดในสหรัฐฯ ไม่ได้สัญชาติประมาณปีละ 260,000 คน เป็นเด็กจากแม่ไม่มีสถานะประมาณ 245,000 คน และแม่ที่มีสถานะชั่วคราวอีกประมาณ 15,000 คน โดยเด็กกลุ่มนี้อาจไม่สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน เช่น การทำงาน เอกสารเดินทาง หรือสิทธิทางการเมือง และอาจกลายเป็น “คนไร้สถานะ” ในประเทศที่เกิด
ประเด็น ทัวร์คลอดลูก หรือ birth tourism ที่ถูกใช้เป็นเหตุผลในการผลักดันนโยบายยกเลิกสิทธิการได้สัญชาติโดยกำเนิดนั้น ข้อมูลจาก PolitiFact (องค์กรสื่อที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคำพูดนักการเมือง นโยบาย และข้อมูลต่างๆ) แย้งว่าไม่เป็นความจริง เพราะมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของการเกิดทั้งหมด
ทั้งนี้ หากศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินเห็นชอบกับคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ การระงับสัญชาติจากการเกิดของเด็กที่ทั้งพ่อและแม่ไม่มีสถานภาพ อาจไม่มีผลบังคับใช้ในทันที เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดทำแนวปฏิบัติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิสูจน์สถานะของพ่อแม่ และปรับระบบเอกสาร เช่น การออกสูติบัตรและการลงทะเบียนสัญชาติให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยื่นฟ้องคดีใหม่เพื่อท้าทายการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งอาจส่งผลให้การดำเนินการล่าช้าออกไปอีก
ทั้งนี้ คำสั่งระงับการให้สัญชาติอเมริกันกับเด็กเกิดจากพ่อและแม่ไม่มีสถานภาพนี้ จะไม่มีผลย้อนหลังด้วย
คดีนี้ถูกจับตาในฐานะหนึ่งในคดีสิทธิพลเมืองที่สำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และอาจเปลี่ยนโครงสร้างประชากร รวมถึงแนวทางนโยบายผู้อพยพของสหรัฐฯ ในอนาคต
อนึ่ง ข้อมูลของศูนย์วิจัยพิว (Pew Research Center) ระบุว่ามีเพียงประมาณ 32 ประเทศทั่วโลกเท่านั้นที่ยอมให้สัญชาติกับเด็กทุกคนที่เกิดในประเทศ โดยส่วนใหญ่อยู่ในซีกโลกตะวันตก เช่นแคนาดา เม็กซิโก บราซิล อาร์เจนตินา และประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้หลายประเทศ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส