อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
ค่ายาปรับขึ้นลิ่ว สวนคำโวของ “ทรัมป์”

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : บริษัทยาหลายแห่งยังคงขึ้นราคายาอย่างต่อเนื่อง แม้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทำหลายฝ่ายแคลงใจดีลระหว่างบริษัทยากับทรัมป์ ใครได้ “ผลประโยชน์” กันแน่

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2026  เบอร์นี แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการอาวุโสของคณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุข การศึกษา แรงงาน และบำนาญ เปิดเผยรายงานการไต่สวนเรื่องราคายาในสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าบริษัทที่เข้าร่วมข้อตกลงด้านราคายากับรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงปรับขึ้นราคายาหลายร้อยรายการ และเปิดตัวยาใหม่ในราคาสูงมาก

โดยข้อตกลงระหว่างบริษัทยากับรัฐบาลทรัมป์ภายใต้นโยบาย most favored nation (MFN) กำหนดให้บริษัทยาลดราคายาบางรายการโดยอิงราคาประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ สำหรับจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ ทรัมป์อาร์เอ็กซ์ (TrumpRx.gov) ในราคาพิเศษสำหรับผู้จ่ายเงินสด 

แซนเดอร์สกล่าวว่า ชาวอเมริกันยังคงต้องจ่ายค่ายาแพงที่สุดในโลก และในหลายกรณีสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง โดยการขึ้นราคายาสำคัญหลายชนิด เช่น ยีนบำบัด ยารักษามะเร็ง และยารักษาโรคปลอกประสาทเสื่อม (Multiple Sclerosis)

รายงานการไต่สวนฯ ยังระบุว่า บริษัทยาที่ทำข้อตกลงกับทรัมป์ ทำกำไรรวมกันถึง 177,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 107,000 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า สะท้อนว่ามาตรการควบคุมราคายาของรัฐบาล “ไม่มีประสิทธิภาพ”

รายงานยกตัวอย่างยาหลายชนิดที่ปรับขึ้นราคา เช่น คีย์ทรูดา ของบริษัทเมอร์ค เพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ เป็นราว 210,000 ดอลลาร์ต่อปี สูงกว่าญี่ปุ่นและฝรั่งเศสหลายเท่า รวมถึง เคซิมป์ตา ของโนวาร์ทิส เพิ่มขึ้นเกือบ 10,500 ดอลลาร์ และ ออปดิโว ของบริสตอล ไมเออร์ส สควิบบ์ เพิ่มขึ้น 4 เปอร์เซ็นต์ เป็น 260,000 ดอลลาร์ต่อปี 

นอกจากนี้ บริษัทที่ได้ดีลจากทรัมป์ ยังเปิดตัวยาใหม่ในราคาสูงมาก เช่น อินเล็กโซ ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ราคาเกือบ 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี และยีนบำบัดบางชนิดมีราคาสูงถึงกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ต่อการรักษา

ทั้งนี้ นโยบาย “ราคาชาติที่ได้รับสิทธิพิเศษสูงสุด” ของรัฐบาลทรัมป์ มีเป้าหมายให้ราคายาในสหรัฐฯ อิงกับราคายาในประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ที่ล้วนแต่ต่ำกว่าราคาในสหรัฐฯ แต่รายงานผลการไต่สวน ตั้งข้อสังเกตว่า รายละเอียดของข้อตกลงไม่โปร่งใส และไม่ชัดเจนว่ายาใดอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุช เดไซ โฆษกทำเนียบขาว ออกมาโต้แย้งว่ารายงานดังกล่าวใช้ “ราคาป้าย” ซึ่งไม่สะท้อนราคายาที่ผู้ป่วยจ่ายจริง พร้อมยืนยันว่าแพลตฟอร์ม ทรัมป์อาร์เอ็กซ์ (TrumpRx) สามารถลดภาระค่ายาของประชาชนได้จริง

อย่างไรก็ตาม การตั้งราคายาสูงกว่าราคาขายผ่านเว็บไซต์ของทรัมป์นั้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเป็นช่องทางการเรียกเก็บเงินจากระบบประกันภัยของรัฐที่สูงกว่าราคาจริง อีกทั้งเห็นได้ชัดเจนว่ายาส่วนใหญ่ที่ไม่อยู่ในข้อตกลง ยังคงปรับราคาตามปกติ 

วุฒิสมาชิกแซนเดอร์สระบุว่า โดยภาพรวมชาวอเมริกันยังคงแบกรับราคายาแพงที่สุดในโลก และภายใต้สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ถือว่าสถานการณ์เลวร้ายลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่ทรัมป์จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง.




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
17-04-2026 หัวจะปวด! “ทรัมป์” เชื่อน้ำอัดลมฆ่ามะเร็งได้ (0/29)   
17-04-2026 เอฟบีไอเตือน! อัปเดต “เราเตอร์” บ้าน-ออฟฟิศด่วน (0/24)   
17-04-2026 งานวิจัยชี้ “ไทลินอล” ไม่ทำให้เด็กออทิสติก (0/26)   
17-04-2026 หมอเจอข้อหาฆ่าคนไข้โดยประมาท หลังตัด “ตับ” แทน “ม้าม” (0/23)   
17-04-2026 “ทรานส์ตัวแม่” ครวญ “นโยบายทรัมป์” ทำเดินทางนอกประเทศไม่ได้ (0/26)   

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
643
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข