บทความเชิงวิเคราะห์ของเว็บไซต์การบิน Aviation A2Z ระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่า ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าเกิน 35 ล้านคนในปี 2024 ตอกย้ำสถานะ “มหาอำนาจท่องเที่ยว” ของโลก แต่เส้นทางบินตรงระหว่างสหรัฐฯ กับกรุงเทพฯ ซึ่งมีระยะทางราว 8,269 ไมล์ ยังไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากข้อจำกัดด้านเศรษฐศาสตร์การบิน
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือเที่ยวบินระยะไกลพิเศษ ต้องใช้เชื้อเพลิงสูง ใช้ลูกเรือมาก ทำให้เครื่องบินถูกใช้งานนาน ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากผู้โดยสารเส้นทางไทยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวหรือการเดินทางเยี่ยมครอบครัว ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อราคา ไม่ได้สร้างรายได้ระดับพรีเมียมเหมือนเส้นทางเมืองการเงินใหญ่
แม้ในปี 2025 สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ จะปรับสถานะความปลอดภัยของไทยกลับสู่ระดับสูงสุด เปิดทางให้สายการบินไทยสามารถเปิดเส้นทางบินตรงสหรัฐฯ ได้อีกครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสายการบินใดประกาศให้บริการ
ก่อนหน้านี้ การบินไทย เคยเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–ลอสแอนเจลิส และนิวยอร์ก แต่ต้องยุติลง เนื่องจากเครื่องบินรุ่นเดิมกินเชื้อเพลิงสูงและขาดทุนต่อเนื่อง โดยเที่ยวบินกรุงเทพฯ-นิวยอร์กยกเลิกในปี 2008 และเส้นทางกรุงเทพฯ -ลอสแอนเจลิสยุติในปี 2015
แม้เครื่องบินรุ่นใหม่ เช่น แอร์บัส A350 และโบอิ้ง 787 จะสามารถบินระยะไกลได้ แต่สายการบินยังคงเลือกใช้เส้นทาง “แวะต่อเครื่อง” เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน โดยปัจจุบัน มีสายการบินอย่างน้อย 8 สายที่ให้บริการเส้นทางนี้ เช่น คาเธ่ย์ แปซิฟิก, ออล นิปปอน แอร์เวย์ส, เจแปน แอร์ไลน์ส, โคเรียน แอร์, อีวีเอ แอร์, เอมิเรตส์, กาตาร์ แอร์เวย์ส และเอทิฮัด แอร์เวย์ส ซึ่งจะแวะพักในเมืองศูนย์กลางการบิน เช่น ฮ่องกง โตเกียว โซล ไทเป รวมถึงดูไบ โดฮา และอาบูดาบี ก่อนเดินทางต่อเข้าสู่ประเทศไทย
ทั้งนี้ สายการบินแอร์แคนาดา เป็นเพียงสายการบินเดียวในภูมิภาคอเมริกาเหนือที่ให้บริการบินตรงสู่กรุงเทพฯ จากเมืองแวนคูเวอร์ ซึ่งมีระยะทางสั้นกว่าลอสแอนเจลิสราว 1,000 ไมล์ ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า
รายงานประเมินว่า หากความต้องการของผู้โดยสารระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีเครื่องบินดีขึ้น และเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น โอกาสเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างสหรัฐฯ กับไทยก็อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต.