พบซาก “วาฬตาย” สูงสร้างประวัติศาสตร์
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ปี 2026 อาจกลายเป็นปีที่มี “วาฬตาย” มากเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ชายฝั่งตะวันตก หลังพบวาฬตายเกยฝั่งแล้ว 51 ตัวในเวลาไม่ถึง 5 เดือน
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Center for Biological Diversity) เผยผลวิเคราะห์ล่าสุดว่า มีวาฬเสียชีวิตตามแนวชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ แล้วอย่างน้อย 51 ตัวนับตั้งแต่ต้นปี
หากอัตราการตายยังคงดำเนินต่อไปในระดับนี้ ตลอดทั้งปี 2026 อาจมีวาฬเสียชีวิตมากเป็นอันดับสองรองจากปี 2019 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่มีการบันทึกวาฬตาย 122 ตัว
วาฬสีเทาเป็นชนิดที่พบการตายมากที่สุด โดยศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพระบุว่า เฉพาะพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโกเพียงแห่งเดียว มีวาฬสีเทาตายอย่างน้อย 11 ตัว โดยอย่างน้อย 2 ตัว เชื่อว่าตายเพราะถูกเรือเดินทะเลชน
นอกจากนี้ ยังพบวาฬตายอีกหลายตัวในรัฐแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน วอชิงตัน และรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา
นักวิจัยระบุว่า ซากของวาฬสีเทาหลายตัวอยู่ในสภาพขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในเขตอาร์กติกอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
วาฬสีเทาพึ่งพาสัตว์น้ำขนาดเล็กคล้ายกุ้งเป็นอาหารหลัก ขณะที่การละลายของน้ำแข็งทะเลที่เกิดเร็วขึ้นและการก่อตัวของน้ำแข็งที่ล่าช้า กำลังส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ทำให้วาฬมีอาหารน้อยลงก่อนอพยพลงมาทางใต้
ข้อมูลของศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพระบุว่า ประชากรวาฬสีเทาแปซิฟิกเหนือฝั่งตะวันออก ลดลงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ระหว่างปี 2020-2025 ยังพบวาฬเกยตื้นตามแนวชายฝั่งตะวันตกอย่างน้อย 521 ตัว โดยอย่างน้อย 82 ตัว เชื่อว่าถูกเรือชน โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก เนื่องจากซากวาฬจำนวนมากจมลงสู่ก้นทะเลหลังเสียชีวิต
ขณะนี้ ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพได้ยื่นฟ้องหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ เพื่อผลักดันมาตรการคุ้มครองวาฬเพิ่มเติม โดยกลุ่มนักอนุรักษ์เรียกร้องให้กำหนดความเร็วเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ ไม่เกิน 10 นอต ในพื้นที่ที่มีวาฬชุกชุม ซึ่งเชื่อว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดการชนจนสัตว์เสียชีวิต.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส