เศรษฐกิจอเมริกาโต แต่ประชาชนกลับรู้สึกจนลง
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัว อัตราว่างงานต่ำ แต่ชาวอเมริกันกลับรู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่แย่ลง หลังราคาสินค้า น้ำมัน และค่าผ่อนบ้านพุ่งสูง ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นไม่ทันภาระค่าครองชีพ
รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะย้อนแย้งก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม โดยตัวเลขเศรษฐกิจหลายด้านยังอยู่ในระดับดี แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับลดลงใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สามขยายตัว 3.4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อคิดเป็นอัตราต่อปี ขณะที่อัตราว่างงานเดือนกันยายนอยู่ที่ 4.2 เปอร์เซ็นต์ การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และตลาดหุ้นยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากรู้สึกว่ากำลังซื้อของตนลดลง โดยเฉพาะค่าอาหาร น้ำมันเชื้อเพลิง และค่าสาธารณูปโภค
นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง ราคาสินค้าและค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงต่างเพิ่มขึ้นประมาณ 5.5 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่ากำลังซื้อโดยรวมของแรงงานแทบไม่ได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านระยะ 30 ปีที่สูงกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ ยังทำให้การซื้อบ้านเป็นเรื่องยากขึ้นสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ซื้อบ้านหลังแรก
ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 48.0 คะแนน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดอันดับสองนับตั้งแต่เริ่มสำรวจ รองจากสถิติต่ำสุด 44.8 คะแนนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
รอยเตอร์ระบุว่า ประชาชนจำนวนมากเชื่อมโยงปัญหาค่าครองชีพกับนโยบายภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงสงครามกับอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ประเด็นเศรษฐกิจและค่าครองชีพจึงกลายเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส