ดีใจจริง แต่แคนาดายัน “ไฟน้ำเงิน” ที่ไนแองการ่าแค่ “เฟกนิวส์”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : แม้ชาวแคนาดาจะยินดีกับความพ่ายแพ้แบบหมดรูปของทรัมป์ แต่ยืนยันว่าข่าวการเปิดไฟสีน้ำเงินที่น้ำตกไนแองการ่า เพื่อฉลองชัยชนะของเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอม เป็นเพียง “เฟกนิวส์”
เว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริง Lead Stories รายงานเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ว่า ภาพน้ำตกไนแองการ่าส่องสว่างด้วยแสงสีน้ำเงิน ซึ่งถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียพร้อมข้อความว่าแคนาดากำลังร่วมฉลองชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เมื่อคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน ไม่เป็นความจริง
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของไนแองการ่า ปาร์ค หน่วยงานที่ดูแลน้ำตกฝั่งแคนาดา ยืนยันว่าแสงไฟที่เปิดในคืนเลือกตั้งเป็นสีฟ้าอมเขียว เพื่อรณรงค์เดือนแห่งการตระหนักรู้โรคอัลไซเมอร์ โดยมีกำหนดเปิดระหว่างเวลา 22.00-22.15 น. ตามแผนที่ประกาศล่วงหน้า ไม่เกี่ยวข้องกับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ แต่อย่างใด
กระแสข่าวนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากชาวแคนาดามีความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สะสมมาตั้งแต่เขากลับเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025 โดยเฉพาะการประกาศว่าจะทำให้แคนาดากลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ และเรียกนายกรัฐมนตรีแคนาดาว่าเป็นผู้ว่าการรัฐ ราวกับแคนาดาไม่ใช่ประเทศเอกราช
ทรัมป์ยังใช้มาตรการภาษีเล่นงานแคนาดา ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางการค้าที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ โดยเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าหลายประเภทในอัตรา 25 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ก่อนเพิ่มภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ สร้างความเสียหายต่อธุรกิจและแรงงานในแคนาดา โดยเฉพาะรัฐออนแทรีโอ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์และเหล็ก
ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นอีกในเดือนสิงหาคม 2026 เมื่อทรัมป์ขู่จะขึ้นภาษีรถยนต์ รถบรรทุก และชิ้นส่วนยานยนต์จากแคนาดาเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2027 หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล้มเหลว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีข้อเสนอจะลดภาษีรถยนต์จาก 25 เหลือ 15 เปอร์เซ็นต์ และลดภาษีเหล็กกับอะลูมิเนียมจาก 50 เหลือ 25 เปอร์เซ็นต์
ทรัมป์ยังกล่าวโจมตีแคนาดาว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เจรจาการค้าด้วยยากที่สุดในโลก พร้อมประกาศว่า สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแคนาดา แต่แคนาดาต่างหากที่ต้องพึ่งพาสหรัฐฯ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่เคยใกล้ชิดกันตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนัก
รัฐบาลแคนาดาตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ หลายรายการ ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ยืนยันว่าการเจรจาการค้าจะต้องเคารพอธิปไตยของแคนาดา พร้อมเร่งหาตลาดส่งออกใหม่เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
ความไม่พอใจต่อทรัมป์ยังปรากฏผ่านกระแสต่อต้านสินค้าอเมริกันในแคนาดา โดยผู้บริโภคจำนวนหนึ่งหันไปเลือกซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ รวมถึงมีการเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยวสหรัฐฯ เพื่อแสดงการประท้วงนโยบายของรัฐบาลทรัมป์
ดังนั้น เมื่อพรรคเดโมแครตสามารถยึดเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน กระแสความยินดีจึงเกิดขึ้นในแคนาดา โดยดัก ฟอร์ด ผู้ว่าการรัฐออนแทรีโอ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่าเขาดีใจถึงขั้นกระโดดโลดเต้นและอยากตีลังกากลางถนนเมื่อทราบผลเลือกตั้ง
ฟอร์ดกล่าวว่าชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะของชาวอเมริกัน แต่เป็นชัยชนะของชาวแคนาดาและประชาชนทั่วโลกด้วย พร้อมประกาศว่าจะส่งคณะทำงานไปพบสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ชุดใหม่ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์และหาทางยุติสงครามภาษี
อย่างไรก็ตาม ฟอร์ดย้ำว่าสงครามการค้ายังไม่จบ เพราะทรัมป์ยังคงมีอำนาจกำหนดมาตรการภาษี และคำขู่ขึ้นภาษีรถยนต์ในวันที่ 1 มกราคม 2027 ก็ยังไม่ได้ถูกยกเลิก.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส