เมื่อวันพุธที่ 8 มิถุนายน 2016 รัฐบาลรัสเซีย โดยนายกรัฐมนตรีดมิตรี เมดเวเดฟ ได้ประกอบพิธีเปิดตัวเครื่องบินโดยสารขนาด 211 ที่นั่ง รุ่น เอ็มซี-21 ซึ่งรัสเซียได้ผลิตขึ้นเพื่อหวังแย่งส่วนแบ่งตลาดเครื่องบินโดยสารขนาดกลางจาก แอร์บัส เอ320 ของยุโรป และโบอิ้ง 737 ของอเมริกา ที่ครองตลาดการบินพลเรือนระหว่างประเทศอยู่ในปัจจุบัน โดยพิธีเปิดตัวเครื่องบิน “เมดอินรัสเซีย” ดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนจากทั่วโลก
นายกรัฐมนตรี ดมิตรี เมดเวเดฟ กล่าวในพิธีเปิด ซึ่งมีขึ้นที่โรงงานผลิตอากาศยานเอียร์คุต ในเมืองเอียร์คุต แคว้นไซบีเรีย ว่า เครื่องบิน เอ็มซี-21 ถือเป็นการรอคอยที่ยาวนาน สำหรับวงการบินพลเรือน และการก่อสร้างอากาศยานของรัสเซีย และสำหรับชาวรัสเซียทุกคน เป็นสิ่งยืนยันว่ารัสเซียสามารถสร้างเครื่องบิน ที่ไม่เพียงแต่ทำให้วงการบินพลเรือนก้าวหน้า แต่ยังสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้
นอกจากจะผลิตเพื่อการค้าแล้ว ทางการรัสเซียจะใช้เครื่องบิน เอ็มซี-21 ให้บริการผู้โดยสารในประเทศแทนที่เครื่องบิน ตูโปเลฟ ตู-204 ที่ล้าสมัย โดยจะทำการบินทดสอบครั้งแรกในราวปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า ก่อนจะเริ่มบินอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2018
ต่อมา สยามทาวน์ยูเอส ได้รับแจ้งว่า เครื่องบิน เอ็มซี-21 ของรัสเซียดังกล่าวนี้ มีนายธนิก นิธิพันธวงศ์ สถาปนิกคนไทยในลอส แอนเจลิส เข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตั้งแต่ต้น
ธนิก นิธิพันธวงศ์ อายุ 32 ปี เกิดที่รัฐเนวาดา แต่เติบโตที่ไทย โดยจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก แล้วเดินทางเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐฯ จนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล จากยูซีแอลเอ
นับจากปี 2007 เป็นต้นมา ธนิก นิธิพันธวงศ์ ได้ทำงานที่บริษัท Zodiac Aerospace ในฮันติงตันบีช ซึ่งเป็นบริษัทด้านอากาศยานของยุโรป มีชื่อเสียงด้านการออกแบบภายในเครื่องบิน ตำแหน่งงานปัจจุบันคือวิศวกรโครงการ (Project Engineer)
ที่ผ่านมา หนุ่มไทยคนนี้มีผลงานมากมาย รวมถึงร่วมออกแบบเครื่องบินแอร์บัส เอ 380 ตั้งแต่ลำแรก ซึ่งเป็นของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ด้วย
นายธนิก กล่าวว่างานออกแบบเครื่องบิน เอ็มซี-21 ของรัสเซีย ที่บริษัทรับมานั้น ถือเป็นโครงการที่ใหญ่มาก เพราะเป็นการออกแบบภายในของเครื่องบินทั้งลำ รวมวงเงินค่าออกแบบประมาณ 60 ล้านดอลลาร์ หรือ มากกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่ทางบริษัทมอบหมายหน้าที่ควบคุมการออกแบบทั้งหมดให้กับตนนั้น น่าจะเป็นเพราะมีประสบการณ์ทำงานมานาน โดยตนได้ลงมือทำงานชิ้นนี้มาตั้งแต่ปี 2013 โดยที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปทำงานที่ไซบีเรียหลายครั้ง
“ส่วนขั้นตอนการออกแบบที่ผมทำนั้น ลำดับแรกคือ ต้องมี LOPA (Location of Passenger Accommodations) โดยจะต้องดูว่าส่วนประกอบต่างๆ ควรจะต้องตั้งอยู่ตรงไหนบ้าง เช่นห้องนำ้ ห้องครัว ช่องเก็บกระเป๋า ตู้เก็บของ ที่นั่ง ฯลฯ แล้วเราจึงจะเริ่มการออกแบบจากการติตตั้ง คือต้องนำส่วนประกอบต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีตามผัง มาประติดประต่อกับระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ จำพวกโลหะ พลาสติก หรือแผ่นคอมโพสิท (Composite) ที่ต้องผลิตแล้วนำมาประกอบกันให้ได้เป็นชิ้นส่วนขนาดที่ถูกต้อง ประกอบกันได้”
โดยทุกขั้นตอนของการทำงานนั้น นายธนิกกล่าวว่าจะต้องคำนึงถึงกฏข้อบังคับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอยู่มากมาย เช่น องค์กรการบินจากประเทศต่างๆ เช่น FAA (Federal Aviation Administration) และ EASA (European Aviation Safety Agency) รวมถึงข้อกำหนดของลูกค้า รวมไปถึงราคาต้นทุน และความเป็นไปได้ในการผลิต เพื่อให้บริษัทได้มีกำไรที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้ จึงต้องรู้ทั้งเรื่องเทคนิคและเรื่องธุรกิจควบคู่ไปด้วยกัน
วิศวกรหนุ่มไทยกล่าวต่อไปว่า งานนี้ ตนต้องประสานงานใกล้ชิดกับทีมวิศวกรจากแผนกต่างๆ เช่นกลไก ไฟฟ้า วัสดุ ความแข็งแรง การจุดติดไฟ ทดสอบ ระยะเวลาการใช้งาน ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตให้ผลิตเพื่อให้บริการกับสาธารณชนได้
เมื่อถามถึงความพิเศษของเครื่องบิน เอ็มซี-21 นายธนิกตอบว่าเป็นเครื่องบินที่มีทางเดินที่กว้างขวางพอให้ผู้โดยสารเดินสวนกันได้ มีช่องเก็บกระเป๋าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับเครื่องบินโดยสารขนาดกลาง มีระบบไฟที่เชื่อมโยงกับแผงบังคับซึ่งทำให้ง่ายกับการควบคุมดูแล เหมือนกันกับระบบสมาร์ทโฮม คือถ้ามีส่วนใดไม่ทำงาน แผงวงจรไฟฟ้าจะแจ้งให้ทราบทันที เอ็มซี 21 ใช้เทคนิคการออกแบบชิ้นส่วนเพื่อช่วยลดนำ้หนักของเครื่องบิน ทำให้ประหยัดนำ้มัน และที่สำคัญมากคือเรื่องของราคา ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 91 ล้านดอลลาร์ ถือว่าย่อมเยาว์กว่าเครื่องบินขนาดและประเภทเดียวกันค่อนข้างมาก
ส่วนตลาดของเครื่องบินที่ผลิตโดยรัสเซียนั้น นายธนิก นิธิพันธวงศ์ บอกว่าเป็นกลุ่มประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัท อีร์คุต คอร์ปอเรชั่น ที่อยู่ในเครือของยูไนเต็ด แอร์คราฟต์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นเจ้าของโปรเจคท์เครื่องเอ็มซี-21 นี้ ได้มีการออกแบบโทนสีพิเศษภายในเครื่องให้เอื้อกับรสนิยมความชอบของประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นแนวธรรมชาติ ดูแล้วสบายตา น่ารื่นรมย์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยโทนสีหรือรายละเอียดอื่นๆ ได้
เมื่อถามถึงอนาคตข้างหน้า นายธนิกกล่าวว่าตนมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมา กลับไปเปิดบริษัทสร้างเครื่องบินขนาดเล็กที่ประเทศไทย โดยเห็นว่าน่าจะเพื่อเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมอากาศยานและนวัตการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ขยายมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศ และเปิดโอกาสให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในงานด้านนี้อีกด้วย
“เพราะคนไทยเรามีความรู้และความสามารถมากนะครับ แต่เขาขาดโอกาส โดยเฉพาะนักศึกษาหรือบัณฑิตวิศวะที่จบใหม่ๆ หากเขาได้รับการสนับสนุน มีแนวทางในการทำงานตามแบบแผน เป็นระบบ คนไทยเก่งและสามารถทำงานโปรเจคขนาดใหญ่ได้ ไม่แพ้ชาติอื่นใดในโลก” นายธนิก นิธิพันธวงศ์ กล่าว.