งานวิจัยชี้ “ยาสีฟ้า” มีประโยชน์มากกว่าบนเตียง
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : รายงานด้านสุขภาพชิ้นใหม่ชี้ว่า ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด
วารสาร World Journal of Men’s Health เผยแพร่งานวิจัยเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่ายาในกลุ่มยับยั้งเอนไซม์พีดีอีไฟว์ ซึ่งใช้รักษาอาการภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ทำงานโดยคลายกล้ามเนื้อและขยายหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นทั้งบริเวณอวัยวะเพศ และทั่วร่างกาย
นักวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ยากลุ่มนี้กับสุขภาพหัวใจที่ดีขึ้น โดยการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้นและกล้ามเนื้อหลอดเลือดที่ผ่อนคลาย อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองด้วย
นอกจากนี้ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานนั้น ผลการศึกษาชี้ว่า การใช้ยาดังกล่าวให้ประโยชน์ต่อทั้งสองโรค ขณะเดียวกัน ยังทำให้ผู้ที่มีปัญหาต่อมลูกหมากโต สามารถปัสสาวะดีขึ้น ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าเกิดจากฤทธิ์ยาทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมากคลายตัว
งานวิจัยก่อนหน้านี้ยังพบว่า ยากลุ่มนี้อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การแข็งตัวตามปกติต้องอาศัยการทำงานประสานกันของสมอง ฮอร์โมน เส้นประสาท หลอดเลือด และกล้ามเนื้อเรียบ ความผิดปกติในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้
โดยปัญหาการไหลเวียนเลือดจากหลอดเลือดแข็ง (atherosclerosis) ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง การสูบบุหรี่ หรือความเสียหายของเส้นประสาท เช่น จากโรคเบาหวาน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของภาวะดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ชายในสหรัฐราว 30–50 ล้านคน หรือเกือบครึ่งของผู้ชายอายุเกิน 40 ปีกำลังเผชิญภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยปัญหานี้จะรุนแรงขึ้นตามอายุ
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ชายหลายล้านคนเผชิญปัญหานี้ แต่มีเพียงประมาณ 24% เท่านั้นที่รายงานว่าใช้ยาในการรักษา.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส