เน็กซ์สตาร์รายงานเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 ว่า ผู้ที่เคยซื้อเนื้อวัวจากซูเปอร์มาร์เก็ตในหลายรัฐทั่วประเทศ อาจมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนจากคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (class action lawsuit) ที่กล่าวหาว่าบริษัทผู้แปรรูปเนื้อวัวหลายแห่ง ร่วมกันจัดสรรตลาดเพื่อเพิ่มกำไร และทำให้ราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายสำหรับเนื้อวัวสูงขึ้น
คดีดังกล่าวถูกยื่นฟ้องต่อบริษัทผู้แปรรูปเนื้อวัวหลายแห่ง ได้แก่ เจบีเอส ยูเอสเอ ฟู้ด, สวิฟต์ บีฟ, เจบีเอส แพ็คเกอร์แลนด์, คาร์กิลล์, คาร์กิลล์ มีต โซลูชันส์, เนชันแนล บีฟ แพ็คกิง, ไทสัน ฟู้ดส์ และไทสัน เฟรช มีตส์
โดยขณะนี้ คาร์กิลล์ และ ไทสัน ตกลงจ่ายเงินรวม 87.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าว
ผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์เนื้อวัวหลายร้อยรายการเพื่อการบริโภคในครัวเรือน ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2014 ถึง 31 ธันวาคม 2019 ใน 26 รัฐ (หนึ่งเขตปกครอง) อาจมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชย ได้แก่ อริโซนา, แคลิฟอร์เนีย, ดีซี, ฟลอริดา, อิลลินอยส์, ไอโอวา, แคนซัส, แมสซาชูเซตส์, เมน, มิชิแกน, มินนิโซตา, มิสซูรี, มอนทานา, เนบราสกา, เนวาดา, นิวแฮมป์เชียร์, นิวเม็กซิโก, นิวยอร์ก, นอร์ทแคโรไลนา, นอร์ทดาโกตา, โอเรกอน, โรดไอแลนด์, เซาท์ดาโกตา, เทนเนสซี, ยูทาห์, เวสต์เวอร์จิเนีย และ วิสคอนซิน
โดยการยื่นขอรับส่วนแบ่งจากเงินยุติคดีก้อนนี้ ผู้บริโภคเพียงแค่แจ้งชื่อและข้อมูลติดต่อ ระบุรัฐที่ซื้อเนื้อวัว ชนิดและปริมาณของเนื้อ รวมถึงยอดเงินที่จ่ายในช่วงเวลาที่ระบุ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องยื่นคำร้องภายในวันที่ 30 มิถุนายน
ฝ่ายกฎหมายของโจทก์ประเมินว่า ผู้บริโภคที่อาจเข้าข่ายได้รับเงินชดเชยจากคดีนี้ มีราว 36 ล้านคน แต่โดยปกติแล้ว อัตราการยื่นขอรับเงินชดเชยจากคดีลักษณะนี้มักมีเพียง 2–10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนแล้ว ผู้ยื่นเรื่องแต่ละคนจะได้รับเงินชดเชยระหว่าง 32-80 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อ จำนวนครั้ง ปริมาณเป็นปอนด์ และจำนวนเงินที่จ่าย
ทั้งนี้ ศาลจะจัดการพิจารณาคดีในวันที่ 12 พฤษภาคม เพื่อให้ผู้พิพากษาตัดสินว่าจะอนุมัติข้อตกลงยุติคดีดังกล่าวหรือไม่ และสามารถดูแบบฟอร์มยื่นคำร้องรวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ (คลิก) ของคดีดังกล่าว.