กระแส “เอปสตีน" ปะทุอีก หลัง ‘เมลาเนีย” แถลง “ฉันไม่เกี่ยว”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ ออกแถลงจากทำเนียบขาว ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน และ กิสเลน แมกซ์เวลล์ พร้อมเรียกร้องให้สภาคองเกรสเปิดเวทีให้เหยื่อออกมาให้การต่อสาธารณะ
เดอะฮิลล์ รายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 ว่า เมลาเนีย ทรัมป์ แถลงข่าวปฏิเสธความข้องเกี่ยวของเธอกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน และกิสเลน แมกซ์เวลล์ ซึ่งเป็นประเด็นที่เธอไม่ได้แจ้งให้ฝ่ายพิธีการของทำเนียบขาวทราบล่วงหน้า โดยระบุว่าข่าวที่เชื่อมโยงเธอกับเอปสตีนเป็น “คำโกหก” และควรยุติทันที พร้อมย้ำว่าเธอไม่เคยเป็นเหยื่อ และไม่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขา
เธอยอมรับว่าเคยมีการติดต่อทางอีเมลกับแมกซ์เวลล์ แต่เป็นเพียง “ข้อความทั่วไป” เท่านั้น โดยอีเมลดังกล่าวซึ่งถูกเปิดเผยในเอกสารของสภาคองเกรส แสดงให้เห็นว่าเธอเคยส่งข้อความชื่นชมบทความเกี่ยวกับเอปสตีนในนิตยสาร New York Magazine เมื่อปี 2002 และปิดท้ายด้วยคำว่า “ด้วยรัก จากเมลาเนีย”
เมลาเนียยืนยันว่า เธอไม่เคยเป็นเพื่อนกับเอปสตีน เพียงแค่อยู่ในแวดวงสังคมเดียวกันในนิวยอร์กและปาล์มบีช ไม่เคยรู้ว่าเอปสตีนมีธุรกิจที่น่ารังเกียจ และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเธออยู่ในสังกัดของเอปสตีน และเอปสตีนเป็นผู้แนะนำให้เธอรู้จักกับ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าทั้งสองพบกันเองที่งานปาร์ตี้ในนิวยอร์ก โดยเอปสตีน บังเอิญอยู่ในงานด้วยเท่านั้น
สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งย้ำด้วยว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ทางเพศ รวมถึงพฤติกรรมรังแกทางเพศกับเด็กๆ ของเอปสตีนและเพื่อนฝูง ไม่เคยขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีน และไม่เคยเดินทางไปยังเกาะส่วนตัวของเขา
ที่ผ่านมา หนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์บางฉบับที่อ้างว่าเธอมีความสัมพันธ์กับเอปสตีนในลักษณะใกล้ชิด เคยถูกฟ้องร้องจนต้องถอดบทความดังกล่าวออก รวมถึงบางกรณีมีการออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไม่สามารถยืนยันหลักฐานข้อเท็จจริงได้
พร้อมกันนี้ เมลาเนียได้กล่าวเรียกร้องให้สภาคองเกรสจัดการไต่สวนสาธารณะ โดยให้ผู้รอดชีวิตเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้แต่ละคนได้เล่าเรื่องของตนเอง และบันทึกคำให้การไว้เป็นหลักฐานอย่างถาวร ซึ่งเป็นท่าทีที่สวนทางกับความต้องการของโดนัลด์ ทรัมป์ แบบรุนแรง
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่กระแสข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับเอปสตีนและความเชื่อมโยงกับโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มซาลง หลังจากผู้นำสหรัฐฯ พาประเทศเข้าสู่สงครามกับอิหร่านโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของคองเกรส และส่งผลกระทบรุนแรงกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายมิติ
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของเมลาเนีย ทรัมป์ ได้รับเสียงตอบโต้จากกลุ่มเหยื่อในคดี เจฟฟรีย์ เอปสตีน โดยหลายคนแย้งว่าเหยื่อได้ให้ข้อมูลกับกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว และไม่ควรถูกผลักภาระให้ต้องออกมาเล่าประสบการณ์ซ้ำอีก
ทั้งนี้ หลังแถลงจบ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งก็เดินกลับโดยไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวซักถามเพิ่มเติม.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส