อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
สหรัฐฯ “ส่งออกน้ำมัน” เพิ่ม กดดันราคาภายในกระฉูด

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สงครามอิหร่านทำให้ความต้องการเชื้อเพลิงจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้การส่งออกพุ่งและกดดันราคาน้ำมันในประเทศให้สูงขึ้น ล่าสุดทรัมป์โพสต์ว่าเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาบรรทุกน้ำมัน “คุณภาพดีที่สุด” จากสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 รอยเตอร์รายงานว่า โรงกลั่นน้ำมันในแถบอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ทำกำไรสูงสุดในรอบหลายปี หลังการส่งออกเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นจากปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในตลาดโลกที่เกิดจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน โรงกลั่นในยุโรปและเอเชียต้องลดกำลังการผลิต และหันมาพึ่งพาน้ำมันจากสหรัฐฯ มากขึ้น

สหรัฐฯ ซึ่งมีกำลังการกลั่นประมาณ 18 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยส่วนใหญ่อยู่ในแถบอ่าวเม็กซิโก สามารถเพิ่มการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้ทันที ทำให้บริษัทพลังงานรายใหญ่ เช่น Marathon Petroleum, Phillips 66, Valero Energy และ PBF Energy ได้ประโยชน์โดยตรง

ข้อมูลจากหน่วยงานพลังงานสหรัฐฯ (U.S. Energy Information Administration : EIA) ระบุว่า อัตราการใช้กำลังการกลั่นทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 92 เปอร์เซ็นต์ในเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ฝั่งอ่าวเม็กซิโกสูงกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 82 เปอร์เซ็นต์

ในทางตรงกันข้าม โรงกลั่นในเอเชียลดกำลังการผลิตลงเหลือเพียงระดับ 80 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากขาดแคลนน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความต้องการจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นกำลังดึงน้ำมันออกจากสหรัฐฯ ไปยังตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ก็ตาม

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ราคาดีเซลในตลาดล่วงหน้าของสหรัฐฯ สูงกว่าน้ำมันดิบถึงกว่า 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมากจากประมาณ 40 ดอลลาร์ก่อนเกิดสงคราม ขณะที่น้ำมันเบนซินก็มีส่วนต่างราคาสูงขึ้นเช่นกัน

แม้ผู้ผลิตจะได้รับประโยชน์จากราคาที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนน้ำมันดิบก็เพิ่มขึ้นตามความต้องการในตลาดโลก โดยราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ และมีการแข่งขันแย่งซื้อน้ำมันจากภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2026 ว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันเปล่าจำนวนมาก รวมถึงเรือขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังมุ่งหน้ามายังสหรัฐฯ เพื่อบรรทุกน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเป็น “น้ำมันที่ดีที่สุดและหวานที่สุด” ในโลก

ทรัมป์ยังระบุด้วยว่าสหรัฐฯ มีน้ำมันมากกว่าสองประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่อยู่ถัดไปรวมกัน และมีคุณภาพสูงกว่า

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่คณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังเจรจาทางอ้อมผ่านตัวกลางจากปากีสถาน ในกรุงอิสลามาบัด เพื่อหาข้อตกลงระยะยาวยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานาน 6 สัปดาห์

การเจรจามีขึ้นหลังทรัมป์ประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯ จะหยุดโจมตี หากอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกที่คิดเป็นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำมันโลก และถูกปิดเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

รายงานระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันเพียงไม่กี่ลำที่สามารถผ่านช่องแคบได้ ก่อนจะถูกจำกัดอีกครั้งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อเป้าหมายของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน

พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังวิจารณ์แผนของอิหร่านที่เรียกเก็บค่าผ่านช่องแคบ โดยอ้างว่าอิหร่านต้องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซี เทียบเท่าหนึ่งดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมเตือนว่า “พวกเขาไม่ควรทำแบบนั้น”

อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์กับ NewsNation ในเช้าวันเดียวกัน ทรัมป์ปฏิเสธว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่มุ่งหน้าสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่าช่องแคบจะกลับมาเปิดในเร็วๆ นี้ และว่าโลกกำลังมองหาเส้นทางอื่น

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังเริ่ม “เคลียร์ช่องแคบ” จากทุ่นระเบิดในทะเลของอิหร่าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้หลายประเทศ เช่นจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส และเยอรมนี พร้อมวิจารณ์ว่าประเทศเหล่านี้ “ไม่กล้า” ที่จะดำเนินการเอง

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรป ซึ่งยังลังเลที่จะส่งกำลังทหารเข้าร่วมดูแลความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งดังกล่าว.



#สยามทาวน์ #คนไทยในต่างแดน #คนไทยในอเมริกา #คนไทยแอลเอ
#ทรัมป์ #น้ำมัน #ราคาน้ำมัน #ส่งออกน้ำมัน #ฮอร์มุซ #อิหร่าน #เศรษฐกิจ #ข่าวอเมริกา #น้ำมันแพง




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
643
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข