“สงคราม” ทำ “ถุงยาง” ขึ้นราคา
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : บริษัทผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดของโลกจากมาเลเซีย เตรียมขึ้นราคาสินค้า 20–30 เปอร์เซ็นต์ หลังสงครามอิหร่านกระทบห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนพุ่ง
รอยเตอร์ส รายงานเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 ว่า บริษัทคาเร็กซ์ (Karex) ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยว่าเตรียมปรับขึ้นราคาสินค้า 20–30 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่านั้น หากปัญหาห่วงโซ่อุปทานจากสงครามอิหร่าน ยังคงยืดเยื้อ
ผู้บริหารของบริษัทคาเร็กซ์ระบุว่า สถานการณ์ยังเปราะบาง ต้นทุนสูงขึ้นต่อเนื่อง และบริษัทไม่มีทางเลือกนอกจากต้องผลักภาระไปยังลูกค้า ขณะเดียวกัน ความต้องการถุงยางเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าขนส่งที่สูงและความล่าช้าในการขนส่ง ทำให้ลูกค้าหลายรายมีสินค้าในสต๊อกต่ำกว่าปกติ
คาเร็กซ์ผลิตถุงยางอนามัยมากกว่า 5,000 ล้านชิ้นต่อปี และเป็นผู้จัดหาให้กับแบรนด์ชั้นนำ เช่น Carex และ ONE ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในอเมริกา รวมถึงผลิตให้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Durex และ Trojan ด้วย
นอกจากนี้ คาเร็กซ์ยังผลิตถุงยางอนามัยให้กับหน่วยงานสาธารณสุขของหลายประเทศ และโครงการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขระดับโลกด้วย
รอยเตอร์ส ระบุว่าผู้ผลิตถุงยาง เป็นหนึ่งในหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำสงครามกับอิหร่าน กระทบกับพลังงานและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในตะวันออกกลาง และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการจัดหาวัตถุดิบสำหรับทุกอุตสาหกรรม
นับตั้งแต่เกิดสงครามในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ต้นทุนการผลิตถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นในทุกด้าน ตั้งแต่วัตถุดิบอย่างยางสังเคราะห์และไนไตรล์ ไปจนถึงวัสดุบรรจุภัณฑ์และสารหล่อลื่น
ผู้บริหารของคาเร็กซ์ ระบุว่าบริษัทมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิตอีกเพียงไม่กี่เดือน และกำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หลังสต๊อกถุงยางทั่วโลกลดลงอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ตัดงบช่วยเหลือผ่านสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (USAID) ในปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผู้บริหารของคาเร็กซ์ ยังแสดงความกังวลถึงปัญหาการขนส่ง ซึ่งกระทบจากราคาน้ำมันโลกและสถานการณ์ตึงตัวของเรือและตู้คอนเทนเนอร์ จะซ้ำเติมให้สถานการณ์ขาดแคลนถุงยางอนามัยรุนแรงขึ้น เพราะการขนส่งไปยุโรปและสหรัฐฯ ต้องใช้เวลานานเกือบสองเดือน จากเดิมประมาณเดือนเดียวเท่านั้น
“ขณะนี้มีสินค้าจำนวนมากยังค้างอยู่บนเรือ และยังไม่ถึงปลายทาง ทั้งที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนเนื่องจากการขนส่งล่าช้า” ผู้บริหารของคาเร็กซ์ กล่าว.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส