ตั้งข้อหาหนุ่มทอร์แรนซ์ พยายาม “ลอบฆ่า” ทรัมป์
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : หนุ่มแคลิฟอร์เนียถูกตั้งข้อหา “พยายามลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐฯ” หลังพกอาวุธบุกงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว พร้อมๆ กับที่โลกออนไลน์ ให้ค่าเพียง “การจัดฉาก” เพื่อหวังผลทางการเมืองอีกครั้งของทรัมป์
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2026 กระทรวงยุติธรรมแถลงว่า โคล โธมัส อัลเลน อายุ 31 ปี ชาวเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากเหตุการณ์ยิงปืนและก่อความวุ่นวายในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อคืนวันที่ 25 เมษายน
รายงานระบุว่า ผู้ต้องสงสัยได้วิ่งฝ่าด่านรักษาความปลอดภัย พร้อมอาวุธปืนและมีด ก่อนเกิดการยิงปืนบริเวณด้านนอกห้องจัดงานประมาณ 6-10 นัด แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าใครยิง โดยเสียงปืนที่ดังขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีต้องรีบนำตัวทรัมป์และบุคคลสำคัญลงจากเวที ขณะที่ผู้ร่วมงานจำนวนมากหลบอยู่ใต้โต๊ะเพื่อความปลอดภัย
ผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวอย่างรวดเร็วหลังเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีรายหนึ่งถูกยิง แต่รอดชีวิตจากการสวมเสื้อเกราะกันกระสุน
นอกจากข้อหาพยายามลอบสังหารผู้นำประเทศแล้ว อัลเลนยังถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืนอีก 2 กระทง โดยขณะนี้ เอฟบีไอและหน่วยงานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กำลังตรวจสอบประวัติ รวบรวมเอกสารและหลักฐานอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบคดี
ข้อมูลระบุว่า อัลเลนเดินทางจากแคลิฟอร์เนียไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี โดยรถไฟ พร้อมพกอาวุธปืนพกและปืนลูกซอง และเข้าพักที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เกิดกระแสในโลกออนไลน์ว่า เหตุยิงปืนครั้งนี้เป็นเพียง “การจัดฉาก” หรือ False flag ที่มีแรงจูงใจทางการเมือง เช่น การสร้างความเห็นใจ หรือเบี่ยงความสนใจจากประเด็นอื่น
กลุ่มที่ไม่เชื่อว่าเป็นเหตุการณ์จริงให้เหตุผลว่าทรัมป์ไม่เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวมาก่อน และหลังเกิดเหตุ เขาได้ออกมาพูดถึงเหตุผลที่เขาต้องการสร้างห้องบอลรูมขนาดใหญ่ภายในทำเนียบขาว ซึ่งจะมีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดกว่าการจัดงานในโรงแรม
กระแสจัดฉากดังกล่าว ทำให้เหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2024 ที่เพนซิลเวเนีย ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง มีการนำคลิปเหตุการณ์ ที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่เรียกช่างภาพมายืนรอในจุดที่กำหนด ลดธงชาติลงมาเป็นฉากหลัง ก่อนที่ทรัมป์จะลุกขึ้นชูกำปั้น ซึ่งภาพดังกล่าว เชื่อว่ามีผลให้ทรัมป์ได้รับคะแนนนิยมอย่างมากจนชนะเลือกตั้ง โดยภาพใบหูของทรัมป์ ซึ่งงอกขึ้นมาใหม่โดยไม่มีร่องรอยบาดเจ็บจากกระสุน ยังคงเป็นเรื่องล้อเลียนในโลกออนไลน์จนถึงวันนี้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงยืนยันว่า ข้อกล่าวหาว่าจัดฉากดังกล่าว ไม่มีหลักฐานรองรับ และเข้าข่ายทฤษฎีสมคบคิด โดยข้อมูลจากการสอบสวนระบุชัดว่า ผู้ต้องสงสัยมีอาวุธจริง พยายามฝ่าด่านความปลอดภัย และถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส