สำนักงานตำรวจสนามบินนานาชาติ ลอส แอนเจลิส ระบุว่าคดีขโมยรถในอาคารและลานจอดรถของสนามบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคนร้ายนิยมทุบกระจกด้านหลังของรถ เนื่องจากรถบางรุ่นไม่มีระบบตรวจจับการทุบกระจก สัญญาณกันขโมยจึงไม่ดัง
รถที่ตกเป็นเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นรถหรูและรถกระบะรุ่นใหม่ เช่น Dodge TRX, GMC Yukon, GMC Denali, Cadillac Escalade และ Jeep Rubicon
ข้อมูลของตำรวจสนามบินลอสแอนเจลิส ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2025 เกิดคดีขโมยรถภายในสนามบินแล้ว 138 คดี เพิ่มจาก 111 คดีในปี 2024 และ 67 คดีในปี 2023 สะท้อนแนวโน้มอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่สนามบิน
ตำรวจแนะนำให้ผู้เดินทางหลีกเลี่ยงการทิ้งกระเป๋า กุญแจ หรือทรัพย์สินมีค่าไว้ภายในรถ และควรจอดรถใกล้กล้องวงจรปิดมากที่สุด โดยสนามบินมีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามภาพจากกล้องหลายร้อยตัวตลอดเวลา
นอกจากจะขโมยรถแล้ว การขโมยตัดแคตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ หรือท่อกรองควันเสียใต้รถก็กำลังเป็นปัญหาเช่นกัน โดยในช่วงปลายปี 2025 ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาขโมยแคตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ ได้หนึ่งคน ซึ่งผลการสอบสวนพบว่าเกี่ยวข้องกับคดีลักอุปกรณ์ดังกล่าวในพื้นที่สนามบินไม่ต่ำกว่า 13 คดี
การขโมยท่อแคตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ ซึ่งภายในมีโลหะมีค่า กลายเป็นปัญหาใหญ่ต่อเนื่องมาหลายปี ล่าสุดเมื่อต้นเดือนเมษายน 2026 สำนักงานตำรวจเมืองบอลด์วิน ปาร์ค ได้แถลงข่าวปฏิบัติการร่วมกับหลายหน่วยงานทั่วพื้นที่แอลเอ เคาน์ตี และอินแลนด์ เอ็มไพร์ ว่าสามารถตรวจยึดตรวจยึดแคตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ ที่ถูกขโมยได้มากกว่า 1,800 ชิ้น มูลค่ารวมมากกว่า 500,000 ดอลลาร์.