อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
หาอะไรยึดไว้ด่วน! ค่าอาหารยังจะ “แพงระยับ” ขึ้นไปได้อีก

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ข้อมูลเงินเฟ้อของรัฐบาลกลางยืนยันสิ่งที่หลายคนรู้สึกอยู่แล้วว่า “ค่าอาหารแพงมาก” ขณะนักเศรษฐศาสตร์เตือนให้ hold on to something เพราะสถานการณ์กำลัง “โหดร้าย” ยิ่งขึ้นไปอีก

นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 โดยอ้างถึงข้อมูลเงินเฟ้อของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics: BLS) ระบุว่า ราคาสินค้าอาหาร หรือ Groceries เพิ่มขึ้น 2.9 เปอร์เซ็นต์ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นอัตราเงินเฟ้อรายปีของหมวดอาหารที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023

โดย “ผักและผลไม้” เป็นกลุ่มที่ขึ้นราคาหนักที่สุด โดยมะเขือเทศแพงขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จากหลายปัจจัย เช่นสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย มาตรการภาษีนำเข้า และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

กาแฟ ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าอีกชนิด มีราคาแพงขึ้น 19 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ราคาเนื้อสัตว์ก็ปรับขึ้นเช่นกัน โดยเนื้อสัตว์รวมเพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์ แต่เนื้อวัวแพงกว่าเฉลี่ยอีก เนื้อบดแพงขึ้นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ เนื้ออบเพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ และสเต็กแพงขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินค้าอาหารปรับเพิ่มขึ้น มาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงอันเป็นผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งถูกใช้ทั้งในเรือประมง รถแทรกเตอร์ และรถบรรทุกที่ขนส่งผลผลิตเกษตรของสหรัฐฯ ถึง 83 เปอร์เซ็นต์

สภาพอากาศก็มีส่วนเช่นกัน โดยภาวะแห้งแล้งในภาคตะวันตกของประเทศ ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงวัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ภัยแล้งทั่วโลกกระทบต่อการผลิตกาแฟ

ศ.เคน ฟอสเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู รัฐอินเดียน่า ระบุว่า ผลกระทบเต็มรูปแบบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังไม่สะท้อนถึงราคาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมด เพราะต้นทุนการผลิต แปรรูป เก็บรักษา และขนส่งอาหาร มักใช้เวลา 3–6 เดือนกว่าจะส่งต่อถึงผู้บริโภค

“ราคาอาหารที่กำลังเห็นอยู่ตอนนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลจากต้นทุนก่อนเกิดความขัดแย้ง และยังต้องรอดูข้อมูลเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน เพื่อประเมินผลกระทบจากวิกฤติพลังงานและการขนส่ง” นักเศรษฐศาสตร์ระบุ

ฟอสเตอร์เตือนด้วยว่า หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ปัญหาอาจลามต่อไปถึงต้นทุนปุ๋ย เพราะประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของปุ๋ยทั่วโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสุดท้ายจะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้นและส่งต่อมาถึงผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง เพราะราคาไข่ลดลง 39 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ไข่แพงเป็นประวัติการณ์จากวิกฤติไข้หวัดนก.




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
643
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข