อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
ทรัมป์โดนโห่! ระหว่างพิธีมอบถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : "ทรัมป์" ถูกแฟนบอลโห่ระหว่างขึ้นเวทีมอบถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ให้ทีมชาติสเปน และยืน "แย่งซีน" ไม่ยอมลงตามฟอร์ม

โดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นประธานาธิบดีที่ถูก “โห่ไล่” ทุกครั้งที่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนในกิจกรรมที่ไม่ใช่กิจกรรมการเมือง หรือกิจกรรมของพรรครีพับลิกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดขึ้นขณะเข้าร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างอาร์เจนตินาและสเปน ที่สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 

ทรัมป์นั่งชมเกมในห้องรับรองกระจกนิรภัยร่วมกับเมลาเนีย ทรัมป์, จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า), กษัตริย์เฟลิเปที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเลติเซียแห่งสเปน, คลอเดีย เชนบอม ประธานาธิบดีเม็กซิโก, มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีของแคนาดา รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลและแขกคนสำคัญอีกหลายคน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลและสมาชิกในครอบครัว 

แต่ทันทีที่ภาพของทรัมป์ปรากฏขึ้นบนจอภายในสนาม หลังจบการบรรเลงเพลงชาติสหรัฐ เสียงโห่ของผู้ชมในสนามได้ดังกึกก้องขึ้นทันที เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบตัดภาพดังกล่าวลงอย่างรวดเร็ว

และเสียงโห่ไล่ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ดังกึกก้องขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาเดินลงสนามร่วมกับอินฟานติโน เพื่อมอบเหรียญและถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 หลังสเปนชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

รายงานของ Reuters, The Guardian, USA TODAY และสื่ออีกหลายแห่งตรงกันว่า เสียงโห่ดังขึ้นทั่วสนามทันทีที่ทรัมป์และอินฟานติโนปรากฏตัวบนพื้นสนามหลังจบการแข่งขัน ขณะที่รายงานของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวระบุว่า ระดับเสียงภายในสนามเพิ่มจากประมาณ 78 เดซิเบล เป็น 84 เดซิเบลในช่วงนั้น ถือว่าเป็นเสียงโห่ที่ดังและชัดเจนกว่าตอนที่ทรัมป์ปรากฏภาพบนจอใหญ่ก่อนการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างถูกโห่ ทรัมป์ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ เขายังคงยิ้ม และยกมือโบกให้ผู้ชมขณะยืนร่วมอยู่ในพิธีมอบเหรียญให้ผู้เล่นอาร์เจนตินาและสเปน ก่อนถือถ้วยฟุตบอลโลกและส่งมอบให้ โรดรี กัปตันทีมชาติสเปน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ตามมาอย่างหนักเกิดขึ้นหลังส่งมอบถ้วยแล้ว แต่ทรัมป์ยังคงยืนอยู่ด้านข้างนักเตะสเปนบนเวที ขณะที่ผู้เล่นกำลังเตรียมชูถ้วยและเริ่มฉลองแชมป์ ซึ่งภาพจากการถ่ายทอดสดแสดงให้เห็นว่า อินฟานติโน ต้องเข้าไปพูดและค่อยๆ พาทรัมป์ ซึ่งยังคงยืนยิ้มและปรบมือข้างๆ นักเตะอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะยอมเดินออกไป

The Guardian ใช้ถ้อยคำว่า “ทรัมป์พยายามเข้าไปอยู่ในงานฉลองชัยชนะของสเปน” ส่วน The Washington Post เรียกพิธีดังกล่าวว่าเป็นช่วงเวลาที่ “กระอักกระอ่วน” ขณะที่สื่อบางแห่งระบุว่าทรัมป์ดึงความสนใจไปจากนักเตะและช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของทีมชาติสเปนแบบหน้าไม่อาย

เหตุการณ์ดังกล่าว ถือว่าซ้ำรอยพิธีมอบรางวัลการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (FIFA Club World Cup) 2025 ที่สนามเดียวกัน ซึ่งทรัมป์ยืนนิ่งอยู่บนเวทีเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของทีมเชลซีที่คว้าถ้วยมาได้สำเร็จ แม้อินฟานติโนจะส่งสัญญาณให้เดินลงจากเวทีแล้วก็ตาม

สื่อหลายสำนักให้เหตุผลของความเกลียดชังที่แฟนบอลมีให้กับทรัมป์ว่า เหตุผลหลักมาจากการที่ทรัมป์โทรศัพท์หาอินฟานติโน เพื่อขอให้ฟีฟ่าทบทวนใบแดงและโทษแบนของ โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ ทำให้บาโลกุนได้รับสิทธิพิเศษในลงเล่นในเกมรอบต่อไปกับเบลเยียมได้

ยิ่งกว่านั้น ทรัมป์และบุคคลในคณะรัฐบาลต่างออกมาพูดถึงความอยุติธรรมครั้งประวัติศาสตร์ของมหกรรมฟุตบอลโลกครั้งนี้แบบภาคภูมิใจ โดยครั้งล่าสุด ทรัมป์พูดในงานเลี้ยงรับรองของฟีฟ่าที่นิวยอร์ก เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยกล่าวชื่นชมประธานฟีฟ่าว่า “ตัดสินใจได้ดีมาก” ที่ทำตามคำขอของเขา แม้จะไม่มีใครชื่นชม (ให้เครดิต) เขาก็ตาม

นากจากนี้ ยังมีเสียงครหาเกี่ยวกับการวางตัวของประธานฟีฟ่า ที่ถูกมองว่า “ประจบ” ทรัมป์จนน่าเกลียดในหลายๆ กรณี รวมถึงการจัดทำรางวัลสันติภาพโลกของฟีฟ่า เพื่อมอบให้ทรัมป์ ทันทีที่ทรัมป์ถูกปฏิเสธรางวัล โนเบล สาขาสันติภาพ ซึ่งหลายฝ่ายจับตาว่าเข้าข่ายสอพลอ จนเกินขอบเขตความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศเจ้าภาพกับประธานองค์กรกีฬาระดับโลก

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดข้อกล่าวหาว่าการเมืองเข้าแทรกแซงกระบวนการวินัยของฟุตบอล และสร้างข้อสงสัยต่อความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือของฟีฟ่า ถึงขนาดถูกองค์กร FairSquare ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการจริยธรรมของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล กล่าวหาว่าเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายละเมิดหลักความเป็นกลางทางการเมือง

นอกจากการโห่ไล่ของผู้ชมในสนามแล้ว ผู้ชมจำนวนมากยังพร้อมใจกันขูใบแดงจำลองเมื่อทรัมป์และอินฟานติโนเดินลงสนาม เพื่อประท้วงและส่งสารว่าทั้งสองคนไม่ควรเข้ามามีบทบาทบนสนามฟุตบอลอีกต่อไป

กิจกรรมชูใบแดงดังกล่าว ดำเนินงานโดย Unitas Mundi (เอกภาพของโลก) องค์กรแนวร่วม (coalition) ของกลุ่มนักกิจกรรม ศิลปิน และองค์กรภาคประชาชนหลายกลุ่ม ที่รวมตัวเพื่อประท้วงความไม่ยุติธรรมต่างๆ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซ้ำหลายครั้ง รวมถึงครั้งล่าสุดในกรณียกเลิกใบแดงของบาโลกุนด้วย

อย่างไรก็ตาม ข่าวบอกว่ากิจกรรมชูใบแดงดังกล่าวถูกขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ตรวจค้นและยึดใบแดงจำลองเป็นจำนวนมากที่บริเวณด่านตรวจ

ยูเอสเอทูเดย์ รายงานด้วยว่าฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศครั้งนี้ เป็นการแข่งขันครั้งแรกที่ทรัมป์เข้าชม  และทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่เข้าชมนัดชิงฟุตบอลโลกขณะอยู่ในตำแหน่ง

“แต่แทนที่ภาพของเขาในพิธีมอบถ้วยจะถูกจดจำในฐานะตัวแทนประเทศเจ้าภาพ เหตุการณ์กลับถูกพูดถึงในแง่เสียงโห่ การแทรกแซงโทษใบแดง ความสัมพันธ์เกินขอบเขตกับประธานฟีฟ่า และความพยายามอยู่ร่วมเพื่อแย่งซีนในช่วงฉลองแชมป์ของทีมชาติสเปน” ยูเอสเอทูเดย์ สรุป.




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
643
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข