หลังจากรัฐเวอร์จิเนีย โดยผู้ว่าการรัฐอบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ ลงนามรับรองกฎหมายเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2026 ให้รัฐเข้าร่วม National Popular Vote Interstate Compact (NPVIC) หรือข้อตกลงระหว่างรัฐที่มีเป้าหมายให้ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศมากที่สุด (Popular Vote) เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ทำให้เวอร์จิเนียกลายเป็นรัฐที่ 18 รัฐ และกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่เห็นชอบกับข้อตกลงนี้
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัฐที่เข้าร่วมจะมอบคะแนน คณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ทั้งหมดของตนให้แก่ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนเสียงประชาชนมากที่สุดทั่วประเทศ ไม่ว่าผู้สมัครคนนั้นจะแพ้การเลือกตั้งในรัฐของตนเองหรือไม่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อมีรัฐเข้าร่วมมากพอที่เสียงของคณะผู้เลือกตั้งรวมกันถึง 270 เสียง หรือมากกว่าครึ่งของจำนวนคณะผู้เลือกตั้งทุกรัฐ ซึ่งมีทั้งหมด 538 เสียง
เมื่อรวมเสียงของคณะผู้เลือกตั้งรัฐเวอร์จิเนีย ทำให้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งที่สนับสนุนระบบนับคะแนนแบบป็อปปูลาร์โหวต ขยับเป็น 222 เสียง ดังนั้นจึงเหลือคะแนนคณะผู้เลือกตั้งอีกเพียง 48 เสียงเท่านั้น
รัฐที่เข้าร่วมส่วนใหญ่ เป็นรัฐที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก เช่น แคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, คอนเนตทิคัต, เดลาแวร์, ฮาวาย, อิลลินอยส์, เมน, แมริแลนด์, แมสซาชูเซตส์, มินนิโซตา, นิวเจอร์ซีย์, นิวเม็กซิโก, นิวยอร์ก, โอเรกอน, โรดไอแลนด์, เวอร์มอนต์, เวอร์จิเนีย, วอชิงตัน และ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ผลสำรวจของ Pew Research Center เมื่อปี 2024 พบว่า ชาวอเมริกัน 63 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้ยกเลิกระบบคณะผู้เลือกตั้ง และเปลี่ยนมาใช้การตัดสินผู้ชนะจากคะแนนเสียงประชาชนโดยตรง มีเพียง 35 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่คัดค้านการเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบัน อเมริกาเป็นประเทศเดียวที่ใช้เสียงของคณะผู้แทนในแต่รัฐในการเลือกตั้งผู้นำ แทนการนับเสียงของผู้เลือกตั้งทั่วประเทศ โดยระบบคณะผู้เลือกตั้งถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเมื่อปี 1787 หรือ 239 ปีที่แล้ว ในยุคที่การเดินทางและการสื่อสารระหว่างรัฐล่าช้า เกิดความกังวลว่าประชาชนอาจไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครประธานาธิบดีเพียงพอ จึงกำหนดให้แต่ละรัฐส่ง "คณะผู้เลือกตั้ง" ไปลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีแทนประชาชนโดยตรง
ภายใต้ระบบคณะผู้เลือกตั้ง ทำให้ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของอเมริการะบุว่า มีประธานาธิบดีอย่างน้อยสองคน คือ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในปี 2000 และ โดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2016 ที่ได้เป็นประธานาธิบดี แม้จะได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศต่ำกว่าคู่แข่งก็ตาม.