แม้เวลาจะผ่านมากว่าหนึ่งปีนับตั้งแต่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองแบบรุนแรงในลอส แอนเจลิส ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2025 แต่ผลการศึกษาของยูซีแอลเอ ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ระบุว่าปฏิบัติการรุนแรงดังกล่าว ยังคงส่งผลกระทบกับธุรกิจในลอส แอนเจลิสจนถึงปัจจุบัน
ผลการศึกษาของสถาบันนโยบายและการเมืองลาติน มหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ ร่วมกับ Inclusive Action for the City ซึ่งเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาชุมชน ได้วิเคราะห์ข้อมูลของธุรกิจที่ตั้งอยู่ใกล้จุดปฏิบัติการกวาดจับของไอซ์ 9 พื้นที่ ได้แก่พาคอยม่า, เวสต์เลก, แฟชั่นดิสทริกต์, แวร์เฮาส์ดิสทริกต์, ไซเปรสพาร์ก, ฮันติงตันพาร์ก, พาราเมาต์, วิตเทียร์ และลาเดรา ไฮต์ส (Ladera Heights)
ผลการศึกษาพบว่า ธุรกิจที่อยู่ภายในรัศมีครึ่งไมล์จากจุดปฏิบัติการทั้ง 9 แห่ง มีลูกค้าลดลงรวมกว่า 46,000 คน และสูญเสียรายได้รวมประมาณ 3.16 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ หลังการบุกจับของไอซ์ในเดือนมิถุนายน 2025
นักวิจัยยังพบว่า ร้านค้าที่อยู่ใกล้จุดปฏิบัติการมากที่สุดได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยหลายแห่งยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ แม้เวลาจะผ่านมานานกว่าหนึ่งปี
การศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมเพียง 9 จุดปฏิบัติการ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองแบบรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วลอส แอนเจลิส เคาน์ตี อีกทั้งเป็นการวัดผลกระทบในช่วงสองสัปดาห์ของการกวาดจับในแต่ละพื้นที่เท่านั้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่แท้จริงจะสูงกว่าตัวเลขที่รายงานไว้มาก
จากการสำรวจเจ้าของธุรกิจเชื้อสายลาติน 75 รายทั่วลอส แอนเจลิส เคาน์ตี พบว่า 68 เปอร์เซ็นต์ ต้องปิดร้านชั่วคราวหรือปรับลดเวลาทำการหลังการปฏิบัติการของไอซ์ ขณะที่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพนักงานไม่มาทำงานเพราะเกรงว่าจะถูกควบคุมตัว
นอกจากนี้ 76 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าการบุกจับและผลกระทบที่ตามมาส่งผลเสียต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ ขณะที่ 59 เปอร์เซ็นต์ สูญเสียรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง
แม้เวลาจะผ่านไปเกือบหนึ่งปี แต่ 95 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสำรวจยังคงประสบปัญหาทางการเงิน โดย 52 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าไม่สามารถชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการได้อย่างสม่ำเสมอ และ 43 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าธุรกิจเพียงแค่ทรงตัว ไม่มีกำไร
รายงานสรุปว่า เจ้าของธุรกิจจำนวนมากต้องนำเงินออมออกมาใช้ ก่อหนี้เพิ่มเติม และชะลอแผนขยายกิจการ เพื่อรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องจากปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง.