ข่าวคนไทยในอเมริกา
ตรียมเจ็บ! “ภาษีทรัมป์” รอบใหม่ดันราคาสินค้า 5 กลุ่มพุ่ง

เแอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : “ทรัมป์” เดินหน้าลงโทษผู้บริโภคอเมริกันต่อเนื่อง โดย “ขึ้นภาษีนำเข้า” สินค้าจากกว่า 60 ประเทศ ส่งผลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทจะทยอยปรับตัวสูงขึ้น

นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มใช้อัตราภาษีนำเข้าชุดใหม่ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม โดยยกเลิกมาตรการภาษีชั่วคราว 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ใช้ก่อนหน้านี้

ภายใต้นโยบายใหม่ ประเทศคู่ค้าที่มีกฎหมายและมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ (forced labor) พร้อมทั้งบังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ จะยังคงถูกเก็บภาษีนำเข้า 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศที่สหรัฐฯ เห็นว่ายังไม่มีกฎหมายดังกล่าว หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ไม่อย่างมีประสิทธิภาพ จะถูกเก็บภาษี 12.5 เปอร์เซ็นต์

ประเทศที่ยังคงได้รับอัตราภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ต่อไปได้แก่ ได้แก่ แคนาดา อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน บังกลาเทศ กัมพูชา สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศ 

ส่วนกลุ่มประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 เปอร์เซ็นต์ เช่น จีน ออสเตรเลีย บราซิล ชิลี โคลอมเบีย คอสตาริกา ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และไทย

ในส่วนของประเทศไทย ซึ่งสหรัฐฯ เห็นว่ายังไม่มีมาตรการหรือกฎหมายที่เพียงพอในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเหล่านั้นถูกส่งต่อมายังสหรัฐฯ นั้น กระทรวงพาณิชย์ของไทยแถลงว่ากำลังผลักดันกฎหมายตรวจสอบสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงเจรจาความตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อขอให้อยู่ในกลุ่มอัตราภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ในอนาคต

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ โดยให้เหตุผลว่าแคนาดาเลือกปฏิบัติต่อสินค้าสหรัฐฯ ทั้งรถยนต์ ผลิตภัณฑ์นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังกล่าวโทษว่าแคนาดาไม่จัดการปัญหาไฟป่าเพียงพอ จนควันไฟลอยข้ามพรมแดนเข้ามาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์คาดว่า มาตรการภาษีรอบใหม่นี้กระทบรุนแรงกับผู้บริโภคในสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้า 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย

สหรัฐฯ นำเข้าเสื้อผ้าส่วนใหญ่จากเวียดนาม จีน และบังกลาเทศ ซึ่งล้วนเป็นฐานการผลิตสิ่งทอสำคัญของโลก ทั้งการปั่นด้าย ย้อมผ้า และผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ทำให้ต้นทุนเสื้อผ้ามีแนวโน้มสูงขึ้น

2. โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

จีนเป็นผู้ส่งออกโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารรายใหญ่ที่สุดให้สหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ากว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และแผงวงจรจำนวนมาก ส่วนเม็กซิโกก็เป็นฐานการผลิตสายไฟ อุปกรณ์สื่อสาร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้น

3. อาหารและเครื่องดื่ม

ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายค่ากาแฟแพงขึ้น เนื่องจากบราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ถูกเก็บภาษี  12.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่แคนาดาซึ่งถูกเรียกเก็บภาษี 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นแหล่งนำเข้าเนื้อวัว เนื้อหมู อาหารทะเล น้ำเชื่อมเมเปิล ขนมอบ น้ำมันพืช และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปหลายชนิด

4. บ้านและวัสดุก่อสร้าง

จีน เม็กซิโก และแคนาดา เป็นผู้ส่งออกวัสดุก่อสร้างรายสำคัญให้สหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นไม้แปรรูป ปูนซีเมนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม กระจก กระเบื้อง หิน สุขภัณฑ์ รวมถึงตู้ครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า โคมไฟ พื้น และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ทำให้ทั้งราคาสร้างบ้านและราคาสินค้าภายในบ้านอาจสูงขึ้น

5. รถยนต์

เม็กซิโกเป็นแหล่งนำเข้ารถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ตามมาด้วยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แคนาดา และเยอรมนี โดยรถยนต์หลายรุ่นของ GM, Ford, Stellantis, Toyota, Nissan, Volkswagen และ Audi ผลิตในเม็กซิโก นอกจากนี้ รถยนต์ที่ประกอบในแคนาดา รวมถึงเครื่องยนต์ เกียร์ และชิ้นส่วนต่างๆ ก็อาจได้รับผลกระทบ ส่งผลให้ราคารถยนต์ใหม่และรถที่ใช้ชิ้นส่วนนำเข้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น.

#สยามทาวน์ #คนไทยในต่างแดน #คนไทยในอเมริกา #คนไทยแอลเอ #ทรัมป์ #ภาษีนำเข้า #เศรษฐกิจสหรัฐ #ค่าครองชีพ #เงินเฟ้อ #สงครามการค้า




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
28-07-2026 อินฟลูอเมริกัน “ปรี๊ดแตก” รถถูกทุบหลังกลับจากไทย! (0/11)   
28-07-2026 ตรียมเจ็บ! “ภาษีทรัมป์” รอบใหม่ดันราคาสินค้า 5 กลุ่มพุ่ง (0/33)   
27-07-2026 นักเล่นหุ้นเตรียมรวย! “ทรัมป์” ขายสิทธิ์เข้าถึงโพสต์ก่อนสาธารณะ (0/51)   
27-07-2026 ดันกฎหมาย “คุมทรัมป์” ห้ามเร่ขาย “อภัยโทษ” คนเลว (0/36)   
25-07-2026 กินอย่างไรให้ลด “เจ็ตแล็ก” ระหว่างกลับเมืองไทย (0/56) 

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
643
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข