สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐฯ (National Association of Realtors: NAR) เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 ว่า ระหว่างเดือนเมษายน 2025 ถึงมีนาคม 2026 ชาวต่างชาติซื้อบ้านมือสอง (existing homes) ในอเมริการวม 67,100 หลัง ลดลง 14 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับต่ำสุดอันดับสองนับตั้งแต่ปี 2009
ในช่วงเวลาเดียวกัน ชาวต่างชาติใช้เงินซื้อบ้านในสหรัฐฯ รวม 45,300 ล้านดอลลาร์ ลดลง 19 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์ จากปีก่อน
แม้จำนวนผู้ซื้อจะลดลง แต่ราคาบ้านที่ชาวต่างชาติซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 465,000 ดอลลาร์ สูงกว่าราคากลางของตลาดสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ 413,600 ดอลลาร์
ลอว์เรนซ์ ยุน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ NAR กล่าวว่า การลดลงของผู้ซื้อบ้านชาวต่างชาติสอดคล้องกับการลดลงของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติ โดยปัจจัยสำคัญมาจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งด้านนโยบายคนเข้าเมืองและมาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งสร้างความไม่แน่นอน และทำให้ชาวต่างชาติชะลอการเดินทางและการลงทุน
“แม้ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงเล็กน้อยจนทำให้ชาวต่างชาติมีกำลังซื้อมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถกระตุ้นตลาดได้เลย” ยุน กล่าว
แม้จะดูเหมือนถูกเพ็งเล็งโดยทรัมป์มากที่สุด แต่ชาวแคนาดากลับขึ้นมาเป็นผู้ซื้อบ้านในสหรัฐฯ มากที่สุด คิดเป็น 16 เปอร์เซ็นต์ของผู้ซื้อทั้งหมด ตามด้วยเม็กซิโก 14 เปอร์เซ็นต์ จีน 11 เปอร์เซ็นต์ อินเดีย 9 เปอร์เซ็นต์ และสหราชอาณาจักร 4 เปอร์เซ็นต์
แม้จีนจะตกมาอยู่อันดับสามในด้านจำนวนการซื้อ แต่ผู้ซื้อชาวจีนยังใช้เงินมากที่สุด โดยซื้อบ้านรวมมูลค่า 7,600 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากคนจีนนิยมซื้อบ้านใหญ่ ในทำเลดี จึงมีราคาเฉลี่ยสูงประมาณหนึ่งล้านดอลลาร์ต่อหลัง อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อของชาวจีนลดลงมากจาก 13,700 ล้านดอลลาร์ ในปีก่อน
รัฐฟลอริดายังคงเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งของผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยมีสัดส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ ของการซื้อทั้งหมด รองลงมาคือ แคลิฟอร์เนีย 19 เปอร์เซ็นต์ เท็กซัส 12 เปอร์เซ็นต์ นิวเจอร์ซีย์ 4 เปอร์เซ็นต์ และจอร์เจีย 4 เปอร์เซ็นต์
สำหรับแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับสองของประเทศ ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจากผู้ซื้อชาวจีน เม็กซิโก และสหราชอาณาจักร
สำหรับวัตถุประสงค์ในการซื้อบ้านนั้น ผู้ซื้อชาวต่างชาติ 49 เปอร์เซ็นต์ซื้อเพื่อใช้เป็นบ้านพักตากอากาศ บ้านให้เช่า หรือทั้งสองอย่าง ขณะที่ชาวแคนาดาส่วนใหญ่นิยมซื้อบ้านพักตากอากาศ ส่วนผู้ซื้อจากเม็กซิโกและจีนมีแนวโน้มซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นหลัก.