สงครามอิหร่านเป็นเหตุ “ยุคทองหุ้น” อาจจบแล้ว
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สงครามอิหร่านและการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ดันผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งแตะราว 4.74 เปอร์เซ็นต์ ทำให้หุ้นดูแพงขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยง นักวิเคราะห์เตือนยุคดอกเบี้ยสูงอาจอยู่กับตลาดไปอีกนาน
รอยเตอร์รายงานบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ว่า ความวิตกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ กำลังเขย่าตลาดการเงินทั่วโลก โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐฯ และยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ล่าสุด ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.74 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้นักลงทุนสามารถรับผลตอบแทนสูงขึ้นจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ และลดความน่าสนใจของการถือหุ้นลง
ตัวเลขที่สะท้อนภาพดังกล่าวชัดเจนคือ “ส่วนชดเชยความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น” หรือ Equity Risk Premium ซึ่งเปรียบเทียบผลตอบแทนจากกำไรของหุ้นกับพันธบัตรรัฐบาล โดยระหว่างปี 2000-2022 ตัวเลขนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 3.1 จุดเปอร์เซ็นต์สำหรับหุ้นสหรัฐฯ และ 5.3 จุดเปอร์เซ็นต์สำหรับหุ้นยูโรโซน
ปัจจุบัน ส่วนชดเชยดังกล่าวลดเหลือเพียง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์สำหรับหุ้นสหรัฐฯ และ 3.5 จุดเปอร์เซ็นต์สำหรับยูโรโซน แม้ผลกำไรของบริษัทจะพุ่งขึ้นจากกระแส AI ก็ตาม สาเหตุสำคัญคือผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดและความวิตกจากตะวันออกกลาง ทำให้หุ้นดูมีราคาแพงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยง
รอยเตอร์มองว่า ยุคดอกเบี้ยต่ำจะไม่กลับมาในเร็วๆ นี้ เพราะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและภาวะโลกร้อนอาจทำให้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และทำให้ธนาคารกลางไม่เต็มใจลดดอกเบี้ย แม้การเติบโตจากกระแส AI จะไม่เป็นไปตามคาดและเศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม
ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงไม่ได้กดดันเฉพาะตลาดหุ้น แต่ยังกระทบเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยทำให้ต้นทุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยสูงขึ้น กดดันการใช้จ่ายของครัวเรือน ขณะที่รัฐบาลต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและอาจต้องลดการกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่วิกฤตการคลัง โดยส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีกับ 2 ปีอยู่ที่ประมาณ 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ ตลาดพันธบัตรทั่วโลกถูกเทขายเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม หลังข้อตกลงพักรบ 60 วันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม โดยยังไม่มีข้อตกลงถาวรที่จะทำให้เรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ตลาดหุ้นจึงปรับตัวลดลงตามไปด้วย
ณ เวลา 09.30 น. ตามเวลากรีนิชของวันที่ 18 สิงหาคม ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.7319 เปอร์เซ็นต์ จาก 4.7240 เปอร์เซ็นต์ในวันก่อนหน้า ส่วนเยอรมนีอยู่ที่ 3.2531 เปอร์เซ็นต์ จาก 3.2179 เปอร์เซ็นต์
บทวิเคราะห์ของรอยเตอร์สรุปว่า ยุคที่อัตราดอกเบี้ยสูงอาจอยู่กับตลาดไปอีกนาน และการเปลี่ยนแปลงของตลาดพันธบัตรในระยะยาวอาจเป็นแรงกดดันต่อนักลงทุนในตลาดหุ้นมากกว่าความตื่นตระหนกของตลาดเพียงชั่วคราว.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส