เตรียมเชือด “เฮกเซธ” เซ่นสงครามอิหร่านตามคาด
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เมื่อสงครามอิหร่านลากยาวและแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นจนปิดทางชนะรีพับลิกันในศึกเลือกตั้งมิดเทอม “แพะ” รับบาปแทนทรัมป์คือ “พีท เฮกเซธ” รัฐมนตรีกลาโหมตามที่หลายฝ่ายคาด
ยูเอสเอทูเดย์ รายงานเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ว่า โธมัส แมสซี ส.ส.รีพับลิกันจากรัฐเคนตั๊กกี ได้ยื่นข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนพีท เฮกเซธ โดยกล่าวหาว่าเฮกเซธละเมิดคำปฏิญาณในการรับตำแหน่งและใช้อำนาจในฐานะผู้นำเพนตากอนเกินขอบเขต จากการเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านโดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส
แมสซีกล่าวในสภาผู้แทนราษฎรว่า การกระทำดังกล่าวขัดขวางไม่ให้สภาคองเกรสสามารถใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญในเรื่องสงครามได้อย่างเต็มที่ โดยเขาอ้างกฎหมาย War Powers Resolution ปี 1973 ซึ่งกำหนดกรอบเวลาให้ประธานาธิบดีต้องยุติการใช้กำลังทางทหารหากไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส และเห็นว่าเส้นตายสำหรับการถอนกำลังจากอิหร่านควรอยู่ที่วันที่ 1 พฤษภาคม หรืออย่างช้าที่สุดวันที่ 1 มิถุนายน 2026
ที่ผ่านมา แมสซี เป็นเสียงส่วนน้อยของรีพับลิกันที่ลงคะแนนสนับสนุนมติถอนกองกำลังสหรัฐฯ ออกจากการสู้รบกับอิหร่าน เพราะเป็นสงครามที่ไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส โดยการลงคะแนนที่ล้มเหลวมีขึ้นอย่างน้อยสามครั้ง คือวันที่ 5 มีนาคม, 14 พฤษภาคม และ 23 กรกฎาคม 2026
นอกจากประเด็นสงครามอิหร่านแล้ว แมสซียังขยายข้อกล่าวหาไปถึงการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา รวมถึงการจับกุมอดีตประธานาธิบดีของประเทศ และกล่าวหาเฮกเซธว่าบั่นทอนการตรวจสอบของสื่อ หลังลดจำนวนผู้สื่อข่าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานภายในเพนตากอน
เรื่องที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นหลักฐานโจมตีเฮกเซธโดยตรง คือเหตุโจมตีโรงเรียนประถมชาเจเรห์ ตัยเยเบห์ ในเมืองมินาบ ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของสงครามและทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 168 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเด็ก ขณะที่เพนตากอนยังไม่ได้เปิดเผยผลสอบกรณีดังกล่าว
แมสซีกล่าวว่า เหตุโจมตีโรงเรียนสะท้อนถึง “ความล้มเหลวเชิงระบบ” ในกระบวนการเลือกเป้าหมายของกระทรวงกลาโหม และนำกรณีนี้มารวมกับข้อกล่าวหาเรื่องการเดินหน้าสงครามโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส เพื่อเอาผิดเฮกเซธในฐานะผู้รับผิดชอบเพนตากอนโดยตรง
ด้านคิงส์ลีย์ วิลสัน โฆษกเพนตากอน ออกมาปกป้องเฮกเซธ โดยเรียกเขาว่าเป็นผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแปลง พร้อมระบุว่า มาตรฐาน ความพร้อมด้านอาวุธ ขวัญกำลังใจ และการรับสมัครกำลังพลดีขึ้นภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเฮกเซธ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส