สำนักงานคมนาคมเมืองลอสแอนเจลิส (Los Angeles Department of Transportation หรือ LADOT) เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ว่า เมืองกำลังติดตั้งกล้องจับความเร็วอัตโนมัติรวม 125 จุดทั่วลอส แอนเจลิส โดยกล้องชุดแรกจะเริ่มทำงานวันที่ 26 ตุลาคม และคาดว่าจะเปิดใช้งานครบทุกจุดภายในสิ้นปีนี้
LADOT ระบุว่า ผู้ขับขี่จะถูกออกใบสั่งเมื่อกล้องบันทึกได้ว่าขับรถเร็วเกินกว่าความเร็วจำกัดตั้งแต่ 11 ไมล์ต่อชั่วโมงขึ้นไป โดยกำหนดค่าปรับดังนี้ ขับเร็วเกิน 11-15 ไมล์ต่อชั่วโมง ปรับ 50 ดอลลาร์, เกิน 16-25 ไมล์ต่อชั่วโมง ปรับ 100 ดอลลาร์, เกิน 26 ไมล์ต่อชั่วโมงขึ้นไป ปรับ 200 ดอลลาร์ และหากขับด้วยความเร็วตั้งแต่ 100 ไมล์ต่อชั่วโมงขึ้นไป ปรับ 500 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 60 วันแรกหลังเปิดใช้กล้อง ผู้ขับขี่ที่ถูกตรวจพบว่าขับเร็วเกินกำหนดจะได้รับเพียงหนังสือเตือน ยังไม่ถูกออกใบสั่ง และเมื่อมีการเปิดใช้กล้องเพิ่มเติมบนถนนสายใหม่ จุดเหล่านั้นจะเริ่มช่วงเตือน 60 วันแยกต่างหากเช่นกัน
LADOT ระบุว่า การใช้ความเร็วเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บสาหัสและการเสียชีวิตบนท้องถนน โดยในปี 2024 ประมาณ 1 ใน 5 ของอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตในเมืองลอสแอนเจลิสมีสาเหตุโดยตรงจากการขับรถเร็ว
รายได้จากค่าปรับของโครงการจะถูกนำกลับไปใช้ในโครงการด้านการคมนาคมและความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนและปรับปรุงการเดินทางในเมือง ขณะที่ LADOT มีแผนที่ออนไลน์แสดงตำแหน่งกล้องที่ติดตั้งใหม่ทั้ง 125 จุดให้ประชาชนตรวจสอบได้.