เอพีพูดชัด “ทรัมป์โกหกตาใส” เรื่องเศรษฐกิจกำลังรุ่ง
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เอพีตรวจสอบคำกล่าวอ้างเศรษฐกิจรุ่งของทรัมป์ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม พบตัวเลขไม่รองรับคำโว ทั้งเงินเฟ้อสูงกว่าตอนรับตำแหน่ง จ้างงานเพิ่มช้าลง และต้นทุนกู้ยืมแพงขึ้น แม้ตลาดหุ้นทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง
เอพีรายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังชูผลงานเศรษฐกิจเพื่อโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เลือกพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน แต่ข้อมูลหลายด้านสะท้อนว่า ผลงานด้านเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นแค่ “กราฟที่เขาวาดเอง” ขณะที่ประชาชนต้องรับภาระราคาน้ำมันสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน ค่าอาหารแพง และดอกเบี้ยที่ทำให้ซื้อบ้านหรือรถยนต์ได้ยากขึ้น
หนึ่งในคำกล่าวที่สวนทางกับข้อมูลคือ การประกาศระหว่างหาเสียงที่เมืองแวนเดเลีย รัฐโอไฮโอ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมว่า “เราแทบไม่มีเงินเฟ้อ” ทั้งที่ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.7 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน สูงกว่าอัตรา 3 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่ง
เอพีระบุว่า เงินเฟ้อเคยชะลอลงต่อเนื่องจนถึงเดือนเมษายน 2025 ก่อนทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ และราคากลับมาเพิ่มขึ้นอีก โดยปีนี้ยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากสงครามอิหร่าน แม้อัตราเงินเฟ้อยังไม่สูงเท่าจุดสูงสุดในรัฐบาลโจ ไบเดน แต่ทิศทางก็ไม่เป็นไปตามคำสัญญาว่าจะเร่งลดค่าครองชีพ
ส่วนคำกล่าวอ้างว่าเศรษฐกิจเติบโตอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั้น เอพีพบว่า จีดีพีในรัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองขยายตัวเฉลี่ยในอัตรารายปีมากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์เล็กน้อย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังช้ากว่าในรัฐบาลไบเดน ขณะที่ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศที่ทรัมป์นำมาอ้าง มีทั้งการกล่าวเกินจริงและความคาดหวังที่ยังไม่เกิดขึ้น
ตลาดแรงงานก็ไม่ได้คึกคักอย่างคำโว แม้อัตราว่างงานยังต่ำที่ 4.2 เปอร์เซ็นต์ แต่นายจ้างเพิ่มตำแหน่งงานเฉลี่ยเกือบ 39,000 ตำแหน่งต่อเดือนในรัฐบาลทรัมป์สมัยที่สอง เทียบกับมากกว่า 121,000 ตำแหน่งต่อเดือนในช่วงหนึ่งปีก่อนเขากลับเข้าทำเนียบขาว หรือเหลือประมาณหนึ่งในสาม
สำหรับคำกล่าวว่าจำนวนงานสูงเป็นประวัติการณ์ เอพีชี้ว่า ส่วนใหญ่เป็นผลจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น มากกว่าจะสะท้อนความสำเร็จจากนโยบายของทรัมป์ โดยนักเศรษฐศาสตร์หลายคนอธิบายสภาพตลาดแรงงานปัจจุบันว่า “จ้างน้อย เลิกจ้างน้อย”
การปราบปรามอิมมิเกรชันยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การจ้างงานชะลอ เพราะมีผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานน้อยลง ขณะที่อัตราว่างงานของผู้เกิดในสหรัฐฯ แทบไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเอพีระบุว่าบ่งชี้ว่า คนอเมริกันไม่ได้เข้าไปรับงานที่ผู้อพยพเคยทำ
ด้านต้นทุนกู้ยืม หนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อที่ยังสูง และราคาพลังงานจากสงครามอิหร่าน เป็นแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขึ้นไปอยู่เหนือ 5 เปอร์เซ็นต์ หลังแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ส่งผลให้ประชาชนมีภาระกู้ซื้อบ้านและรถยนต์สูงขึ้น รวมถึงเพิ่มต้นทุนดอกเบี้ยของรัฐบาล
แม้ตลาดหุ้นเป็นด้านที่ทรัมป์นำมาอวดได้ โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) เพิ่มขึ้นประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และประมาณ 16.4 เปอร์เซ็นต์ในปี 2025 แต่ทั้งสองปียังเพิ่มขึ้นน้อยกว่าปี 2024 ก่อนเขารับตำแหน่ง ซึ่งดัชนีเพิ่มขึ้น 23.3 เปอร์เซ็นต์
เอพีย้ำว่า ตลาดหุ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีเพียงอย่างเดียว โดยการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีช่วยพยุงตลาด ส่วนมาตรการลดภาษีของทรัมป์อาจช่วยเพิ่มกำไรบริษัท ขณะที่สำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ระบุว่า รายได้รัฐบาลจากภาษีธุรกิจลดลง 16 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เอพีระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวและไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอย แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่ทรัมป์กล่าวอ้าง โดยเงินเฟ้อ ความเหลื่อมล้ำ และผลประโยชน์จากตลาดหุ้นที่กระจายไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่พอใจกับสภาพเศรษฐกิจ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส