ทรัมป์เริ่ม “ทำใจ” รีพับลิกันอาจแพ้เลือกตั้งกลางเทอม
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ทรัมป์บอกรีพับลิกันอาจแพ้เลือกตั้งกลางเทอม แม้เขาจะพยายามเดินสายหาเสียงถึง 28 เวทีทั่วอเมริกาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะ “ยอมรับ” ผลเลือกตั้งหรือไม่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ส่งท้ายก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ที่สระสะท้อนเงาอนุสรณ์สถานลินคอล์น ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 โดยยอมรับถึงแนวโน้มทางประวัติศาสตร์ที่พรรคของประธานาธิบดีมักสูญเสียที่นั่งในการเลือกตั้งกลางเทอม
“นี่คือวันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นการเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรา” ทรัมป์กล่าว ก่อนโจมตีผู้สมัครพรรคเดโมแครตว่าเป็นกลุ่มผู้สมัครที่มีแนวคิดสุดโต่งและอันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
ทรัมป์เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนของเขาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยกล่าวว่าหากมีผู้ที่เคยลงคะแนนให้เขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีออกมาใช้สิทธิเพียงส่วนหนึ่ง พรรครีพับลิกันก็จะชนะอย่างถล่มทลาย
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับว่าโดยปกติพรรคของประธานาธิบดี ไม่ว่าจะเป็นรีพับลิกันหรือเดโมแครต มักไม่ชนะการเลือกตั้งกลางเทอม
“ไม่รู้ทำไม แต่พรรคของประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีที่ดีหรือไม่ดี ก็มักไม่ชนะเลือกตั้งกลางเทอม แต่พวกเราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว” ทรัมป์กล่าว
แม้จะใช้ถ้อยคำแบบ “ทำใจ” แล้ว แต่ทรัมป์ยังไม่ยืนยันว่าจะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ หากพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ เหมือนที่เคยไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อโจ ไบเดน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 โดยกล่าวหาซ้ำๆ ว่ามีการโกงเลือกตั้งครั้งใหญ่ ถึงขั้นปลุกม็อบหัวรุนแรงขึ้นมาก่อการปฏิวัติ และพยายามฟ้องร้องเพื่อพลิกผลเลือกตั้งหลายสิบคดี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
การเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ก็เช่นกัน ทรัมป์ประกาศชัดว่าหากเขาและรีพับลิกันพ่ายแพ้ เป็นเพราะมีการโกงเลือกตั้ง โดยเจาะจงว่าหลายรัฐ รวมถึงแคลิฟอร์เนียให้ชาวต่างชาติลงทะเบียนและใช้สิทธิเลือกตั้งได้ มีการฟ้องร้องให้แคลิฟอร์เนียแยกบัตรเลือกตั้งของผู้มีรายชื่อกว่า 20,000 คนที่รัฐบาลกลางสงสัยว่าไม่มีสัญชาติอเมริกันออกจากบัตรทั่วไป ซึ่งการกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนทำให้ศาลสหรัฐฯ ทั้งสามศาลไม่รับคำร้อง
ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ถึงผลเลือกตั้งมิดเทอมเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ว่า “ผมจะยอมรับ ถ้าเป็นการเลือกตั้งที่สุจริต”
แม้ทำเนียบขาวจะประชาสัมพันธ์สุนทรพจน์ครั้งนี้ว่าเป็นการส่งสารครั้งสุดท้ายถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ทรัมป์กลับใช้เวลาส่วนใหญ่พูดถึงการปรับปรุงสระสะท้อนเงาอนุสรณ์สถานลินคอล์น การเปลี่ยนชื่อเป็นสระสะท้อนเงาทรัมป์ รวมถึงโครงการก่อสร้างและปรับปรุงสถานที่ต่างๆ ในกรุงวอชิงตัน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโอ่สวนความเป็นจริงว่าเศรษฐกิจอเมริกากำลังเติบโตอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แล้วเตือนว่าความสำเร็จของเขาทั้งหมดจะไม่มีความหมาย หากประชาชนปล่อยให้พรรคเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
ในช่วงเดือนสุดท้ายของการหาเสียง ทรัมป์เดินทางไป 19 รัฐ ใช้เวลา 25 วัน เข้าร่วมเวทีหาเสียงรวม 28 ครั้ง โดยปิดท้ายการหาเสียงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน ในรัฐแคนซัสและไอโอวา ซึ่งมีการแข่งขันชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา
ขณะนี้ สระสะท้อนเงาอนุสรณ์สถานลินคอล์นยังไม่เปิดให้ประชาชนเข้าชม โดยสำนักงานอุทยานแห่งชาติฯ ประกาศขยายเวลาปิดพื้นที่จนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน หลังเกิดปัญหาสีเคลือบพื้นสระหลุดลอกและมีตะไคร่น้ำขึ้นจนกลายเป็นสีเขียว.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส