ฟันธง! เดโมแครต “ยึด” คองเกรสสำเร็จ!
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ความเสื่อมถึงขั้นสุดของทรัมป์ ดันเดโมแครตคว้าชัยชนะครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งกลางเทอม ยึดเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาคืนจากรีพับลิกัน ทำให้ทรัมป์เสี่ยงถูก “ถอดถอน” อีกเป็นครั้งที่สาม
สำนักข่าวเอพี ประกาศคาดการณ์ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ว่า พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสทั้งสองสภา หลังจากประกาศชัยชนะในวุฒิสภาไปก่อนหน้านี้ และต่อมาได้ประกาศผลชี้ขาดว่าพรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรด้วย
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้พรรคเดโมแครตกลับมาควบคุมสภาคองเกรสทั้งสองสภาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และยุติการครองอำนาจเบ็ดเสร็จของทรัมป์ ทั้งทำเนียบขาวและสภาคองเกรสที่ดำเนินมาตลอดสองปีแรกของรัฐบาลทรัมป์สอง
เดโมแครตต้องการแย่งที่นั่งเพิ่มสุทธิเพียงสามที่นั่งเพื่อกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่เชื่อว่าเดโมแครตจะได้เก้าอี้มากกว่านั้น เพราะผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่าเดโมแครตสามารถแย่งที่นั่งวุฒิสภาในหลายรัฐที่รีพับลิกันเคยครองอยู่ ทั้งเท็กซัส โอไฮโอ แคนซัส ไอโอวา เซาท์แคโรไลนา และนอร์ทแคโรไลนา รวมถึงคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ส. หลายเขตที่ทรัมป์เคยชนะด้วยคะแนนห่างในปี 2024
หนึ่งในชัยชนะที่สร้างความสนใจมากที่สุดเกิดขึ้นในรัฐเท็กซัส เมื่อเจมส์ ทาลาริโก ผู้สมัครเดโมแครต เอาชนะเคน แพ็กซ์ตัน จากรีพับลิกัน ส่วนรัฐโอไฮโอ เชอร์รอด บราวน์ อดีตวุฒิสมาชิกเดโมแครต สามารถกลับมาชนะเลือกตั้งได้อีกครั้ง
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ สะท้อนชัดถึงความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อการบริหารประเทศของทรัมป์ โดยเฉพาะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง สงครามอิหร่าน และความกังวลเกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาล ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจลงคะแนนของประชาชน
ผลสำรวจผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งพบว่า ประมาณสามในสี่ไม่พอใจหรือโกรธต่อทิศทางของประเทศ อีกประมาณสามในสี่ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในสภาพไม่ดี ขณะที่ราวแปดในสิบระบุว่าได้รับความเดือดร้อนทางการเงินจากเงินเฟ้อ
ก่อนหน้านี้ ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่ในวันเลือกตั้งพบว่า 48 เปอร์เซ็นต์ของผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งให้ความสำคัญกับปัญหาค่าครองชีพมากที่สุด ขณะที่ 49 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าฐานะการเงินของครอบครัวแย่ลงนับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาว และ 55 เปอร์เซ็นต์มองว่าสงครามอิหร่านไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่สหรัฐฯ ต้องแบกรับ
ผลการเลือกตั้งยังเปิดทางให้ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ หากได้รับเลือกจากสมาชิกสภาชุดใหม่
ด้านทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเขายอมรับผลการเลือกตั้ง แต่ไม่เห็นด้วยกับการมองว่าความพ่ายแพ้ของรีพับลิกันเป็นการลงประชามติต่อการทำงานของเขา และโยนความรับผิดชอบให้ผู้สมัครของพรรคที่พ่ายแพ้ พร้อมประกาศว่าเขาจะใช้สิทธิผู้นำสูงสุด วีโต้กฎหมายทุกฉบับที่เดโมแครตผลักดัน หากไม่เห็นด้วย
การสูญเสียเสียงข้างมากทั้งสองสภา จะทำให้ทรัมป์เผชิญอุปสรรคสำคัญในการผลักดันกฎหมาย งบประมาณ และการดำเนินนโยบายต่างๆ ของเขาในช่วงสองปีที่เหลือ นอกจากนี้ เดโมแครตจะมีอำนาจควบคุมคณะกรรมาธิการ เปิดการสอบสวนประเด็นไม่โปร่งใสต่างๆ ของทรัมป์และคณะทำงานของเขา รวมถึงสามารถเรียกเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลมาให้ข้อมูลต่อสภาคองเกรส
โดยเฉพาะวุฒิสภา ซึ่งมีหน้าที่พิจารณารับรองบุคคลที่ประธานาธิบดีเสนอแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมถึงผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลาง จะอยู่ภายใต้การควบคุมของเดโมแครต ทำให้การแต่งตั้งบุคคลของรัฐบาลทรัมป์อาจเผชิญแรงต้านมากขึ้น
เดโมแครตยังเตรียมใช้อำนาจของสภาคองเกรสตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล รวมถึงประเด็นผลประโยชน์ทางการเงินของครอบครัวทรัมป์ และอาจมีการพิจารณากระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีอีกเป็นครั้งที่สาม ซึ่งหากเป็นจริง จะทำให้ทรัมป์ได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีที่ถูกคองเกรส พิจารณาถอดถอนมากที่สุด
แม้ทรัมป์ยังคงมีอำนาจบริหารประเทศและใช้สิทธิยับยั้งกฎหมายที่ผ่านสภาคองเกรสได้ แต่ในช่วงสองปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง เขาจะไม่สามารถอาศัยเสียงข้างมากของรีพับลิกันในสภาเพื่อผลักดันนโยบายสุดโต่งของเขาได้เช่นเดิม และจะต้องเผชิญทั้งการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงการต่อรองกับเดโมแครตในเรื่องงบประมาณ กฎหมาย และการแต่งตั้งบุคคลสำคัญของรัฐบาล.
#สยามทาวน์ #Siamtown #เลือกตั้งกลางเทอม #เลือกตั้งสหรัฐ #เดโมแครต #รีพับลิกัน #ทรัมป์ #โดนัลด์ทรัมป์ #สภาคองเกรส #สภาผู้แทนราษฎร #วุฒิสภา #การเมืองอเมริกา #สงครามอิหร่าน #ค่าครองชีพ #เศรษฐกิจอเมริกา #ฮาคีมเจฟฟรีส์ #Midterms2026 #Election2026 #Congress #Democrats #Republicans #DonaldTrump #HouseOfRepresentatives #Senate #คนไทยในอเมริกา #คนไทยในต่างแดน #คนไทยแอลเอ
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส