มัสก์เครียด! ฐานที่มั่นใหม่ (เท็กซัส) กลายเป็นรัฐสีน้ำเงิน
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : อีลอน มัสก์ เจอปัญหาใหญ่ หลังทุ่มเงินเกือบ 500 ล้านดอลลาร์สนับสนุนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอม แต่กลับพ่ายแพ้ยับเยิน โดยเฉพาะรัฐเท็กซัสที่กลายเป็นฐานเสียงเดโมแครต ทำอนาคตธุรกิจ SpaceX และโครงการลงทุนมหาศาลของเขาตกอยู่ในความไม่แน่นอน
เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี Ars Technica เผยแพร่บทวิเคราะห์ของเอริก เบอร์เกอร์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 เกี่ยวกับอนาคตของอีลอน มัสก์ และบริษัท SpaceX หลังพรรคเดโมแครตสร้างชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ในรัฐเท็กซัส ซึ่งมัสก์ใช้เป็นฐานธุรกิจสำคัญนับตั้งแต่ย้ายออกจากแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2020
ข้อมูลของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ระบุว่ามัสก์ทุ่มเงินสนับสนุนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งครั้งนี้มากถึง 474 ล้านดอลลาร์ ผ่านองค์กร America PAC และกลุ่มการเมืองอื่นๆ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของเงินจำนวนนี้ถูกใช้สนับสนุนผู้สมัครรีพับลิกันในรัฐเท็กซัส
นอกจากผู้สมัครรีพับลิกันจะพ่ายแพ้ในหลายสนามสำคัญของเท็กซัสแล้ว ตำแหน่งผู้ว่าการรัฐและวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ก็เปลี่ยนไปอยู่ในมือของตัวแทนเดโมแครตด้วย ทำให้มัสก์ต้องเผชิญกับรัฐบาลระดับรัฐและผู้แทนการเมืองชุดใหม่ ที่อาจไม่เป็นมิตรกับเขาเหมือนในอดีต
ที่น่าสนใจคือ ตลอดคืนเลือกตั้ง มัสก์ซึ่งปกติแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง กลับเงียบผิดปกติ ก่อนโพสต์ข้อความแรกหลังเที่ยงคืนว่า “ตอนนี้ศูนย์ข้อมูลในอวกาศดูน่าสนใจขึ้นมาทันที” สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มที่รัฐบาลเดโมแครตอาจจำกัดการขยายศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่บนพื้นดิน
ปัจจุบัน มัสก์มีการลงทุนมหาศาลในเท็กซัส ทั้งฐานผลิตและปล่อยจรวด Starship ที่เมืองสตาร์เบส โรงงานผลิตอุปกรณ์ Starlink ใกล้เมืองออสติน รวมถึงโครงการ Terafab โรงงานผลิตชิปขนาดยักษ์ที่มีแผนก่อสร้างในเกรมส์ เคาน์ตี้ โดยบริษัทระบุว่าจะมีพื้นที่โรงงานรวมกว่า 100 ล้านตารางฟุต
เบอร์เกอร์วิเคราะห์ว่า มัสก์อาจต้องเลือกระหว่างเดินหน้าสนับสนุนพรรครีพับลิกันอย่างเต็มตัว หรือปรับความสัมพันธ์กับเดโมแครต โดยเฉพาะเจมส์ ทาลาริโก วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ คนใหม่จากเท็กซัส ซึ่งมัสก์ ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อสกัดไม่ให้ชนะเลือกตั้ง
ทาลาริโกกล่าวในสุนทรพจน์หลังชัยชนะว่า “ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เราต้องต่อสู้กับยักษ์ใหญ่ของเราเอง ทั้งมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ชายที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก และกลุ่มอำนาจทั้งหมดในกรุงวอชิงตัน” ก่อนประกาศว่า “คืนนี้เราส่งสารอย่างชัดเจนไปยังคนที่อยู่บนยอดอำนาจว่า เราจะไม่ยอมถูกพิชิต”
นอกจากความเสี่ยงทางการเมือง มัสก์ยังอาจเผชิญการตรวจสอบจากสภาคองเกรสที่เดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมาก โดยเฉพาะจากบทบาทของเขาในโครงการ DOGE ที่สร้างความเสียหายและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากการปลดเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางหลายหมื่นคน ยุบหน่วยงาน ตัดงบประมาณโครงการช่วยเหลือประชาชน และยกเลิกสัญญาต่างๆ อย่างเร่งรีบ จนกระทบการทำงานของหน่วยงานสำคัญ รวมถึงโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในต่างประเทศโดยขาดการตรวจสอบที่เพียงพอ
เชื่อว่าจากความเสียหายที่มัสก์มีส่วนก่อนี้ จะทำให้เดโมแครตใช้อำนาจในสภาคองเกรสสอบสวนทั้งความเสียหายจากการลดขนาดรัฐบาล การใช้อำนาจของทีม DOGE และผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างบทบาททางการเมืองกับธุรกิจส่วนตัวของมัสก์ในต่างประเทศ และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจำกัดบริการดาวเทียม Starlink และ Starshield แก่ยูเครนระหว่างสงครามกับรัสเซียด้วย
สภาคองเกรสยังอาจตรวจสอบแผนควบรวมกิจการ SpaceX กับ Tesla รวมถึงกดดันให้หน่วยงานรัฐบาลเพิ่มการสนับสนุนคู่แข่งของ SpaceX แม้บริษัทจะยังมีความสำคัญอย่างมากต่อภารกิจอวกาศของ NASA และกองทัพสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญที่เบอร์เกอร์พูดคุยด้วย ไม่คาดว่า SpaceX จะย้ายสำนักงานใหญ่จากเท็กซัสในเร็วๆ นี้ เพราะบริษัทลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไว้มหาศาล และการย้ายฐานอาจกระทบโครงการ Starship, Starlink และแผนสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศ
อีกทางเลือกหนึ่งที่บทวิเคราะห์หยิบยกขึ้นมาคือ รัฐลุยเซียนา ซึ่งยังเป็นฐานเสียงสำคัญของรีพับลิกัน โดย SpaceX มีแผนขยายการลงทุนครั้งใหญ่ในรัฐนี้ตั้งแต่ปีหน้า และอาจกลายเป็นฐานปล่อยจรวดหลักในระยะยาว
เบอร์เกอร์ชี้ว่า แม้เดโมแครตจะสามารถสร้างความลำบากให้มัสก์ผ่านการตรวจสอบและมาตรการด้านงบประมาณ แต่ทรัมป์ยังอยู่ในทำเนียบขาวและสามารถช่วยปกป้องผลประโยชน์ของมัสก์ได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็ในช่วงสองปีที่เหลือก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส