อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
สาวเท็กซัสทำร้ายโฮสร้านนิวยอร์ก ฐานถามหาหลักฐาน’ฉีดวัคซีน’









เกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวหญิงจากเท็กซัสทำร้ายพนักงานต้อนรับร้านอาหารอิตาเลี่ยน ชื่อ คาร์ไมน์’ส ย่านอัพเปอร์อีสต์ไซด์ ของนครนิวยอร์ก เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันพฤหัสฯ ที่ 16 กันยายน โดยการทำร้าย ซึ่งตำรวจใช้คำว่า “ชก” หลายครั้งนั้น เหตุเกิดขึ้นเพราะนักท่องเที่ยว 3 คน โกรธที่พนักงานต้อนรับหญิง วัย 24 ปี ถามหาหลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากลูกค้า ตามคำสั่งของนายกเทศมนตรี 

เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายดังกล่าว ทำให้พนักงานต้อนรับได้รับบาดเจ็บในลักษณะฟกช้ำและมีรอยขีดข่วนที่ใบหน้าและแขน ซึ่ง เจฟฟ์ แบงค์ เจ้าของร้านอาหารให้สัมภาษณ์สถานีข่าวซีบีเอส2 ภายหลังว่าพนักงาน ซึ่งเข้ามาทำงานได้เพียงไม่กี่อาทิตย์นั้น ปลอดภัย แต่ยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองนิวยอร์กได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหา ประกอบด้วย เคียต้า คีนจ์ แรงกิ้น วัย 44 ปี, ไทโอนี เคเชย์ แรงกิ้น วัย 21 จากเมืองฮัมเบิล รัฐเท็กซัส และแซลลีย์ รีเชลล์ ลีวิส วัย 49 ปีจากฮุสตัน เท็กซัส โดยทั้งสามถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สิน (criminal mischief) และถูกปล่อยตัวหลังรับหมายศาลเรียบร้อยแล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เกล บรูเวอร์ ผู้บริหารเขตแมนฮัทตัน ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการลงโทษผู้ต้องหาในคดีนี้อย่างรุนแรง โดยบอกว่าเป็นการทำร้ายร่างกายแบบที่เธอ “รับไม่ได้”

“อย่าลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่ร้านอาหารเพียงเพราะเขาทำตามหน้าที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้พวกเราทุกคน ฉันไม่เชื่อจริงๆ ว่าเหตุ การณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเราที่นี่” เธอกล่าว และว่าเธอจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเพิ่มค่าปรับ หรือบทลงโทษต่างๆ ให้หนักขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

ทั้งนี้ บิลล์ เดอ บเลซิโอ นายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ค มีคำสั่งให้ร้านอาหาร บาร์ ในนิวยอร์กทำการตรวจหลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของลูกค้าที่ประสงค์ใช้บริการภายในร้าน (indoors) เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนมากขึ้น อันเป็นแนวปฏิบัติที่หลายๆ เมือง รวมถึงลอส แอนเจลิส กำลังพิจารณาประกาศใช้เช่นกัน.

 




นำเสนอข่าวโดย : ทีมข่าว สยามทาวน์ยูเอส,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
555
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข