คนไทยถูก “มิจฉาชีพ” โทรหามากสุดในเอเชีย
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : คนไทยเป็นเป้าหมายของ “มิจฉาชีพ” มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย มีการโทรศัพท์และการส่งข้อความหลอกลวงปีละ 173 ล้านครั้ง ยอดความเสียหายประมาณ 70 ล้านบาทต่อวัน
Whoscall (แอปพลิเคชันสำหรับระบุหมายเลขโทรศัพท์และบล็อกสายหรือข้อความสแปม) เสนอรายงานประจำปีเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการหลอกลวงผ่านทางโทรศัพท์และข้อความมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับหลายประเทศในเอเชียที่เริ่มชะลอตัว โดยข้อมูลใหม่ดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า “ไทยได้กลายเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพในภูมิภาค” ไปแล้ว
ตลอดปี 2025 คนไทยได้รับโทรศัพท์หลอกลวงประมาณ 39 ล้านครั้ง และข้อความหลอกลวงราว 134 ล้านข้อความ ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ถูกโจมตีมากที่สุดในเอเชีย จึงเป็นเรื่องน่ากังวลทั้งกับคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
ปริมาณโทรศัพท์และข้อความหลอกลวงรวมกันกว่า 173 ล้านครั้งดังกล่าว ถือว่าเพิ่มขึ้นจากปี 2024 มีประมาณ 38 ล้านสาย และ 130 ล้านข้อความ แสดงให้เห็นว่ากลุ่มสแกมเมอร์ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามปราบปรามอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ข้อมูลของ Whoscall ระบุว่าการหลอกลวงลดลงชั่วคราวในช่วงที่มีการเข้มงวดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แต่เพียงไม่ถึงสองเดือน กลุ่มมิจฉาชีพสามารถปรับตัว ย้ายฐานปฏิบัติการ และกลับมาดำเนินการได้เต็มที่อีกครั้ง
“แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของเครือข่ายเหล่านี้” รายงานระบุ และว่าองค์กรมิฉาชีพเหล่านี้ ทำงานในลักษณะศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงขนาดใหญ่ มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน มีเวลาทำงานแน่นอน ใช้เครื่องมือโทรอัตโนมัติและการส่งข้อความจำนวนมากเพื่อเข้าถึงเหยื่อในวงกว้าง
นอกจากนี้ ปัญหาที่ทวีความรุนแรงในไทยยังมีส่วนมาจากการรั่วไหลของข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งในหลายกรณี หมายเลขโทรศัพท์ที่รั่วไหลเชื่อมโยงกับชื่อจริง อีเมล ทำให้มิจฉาชีพเปลี่ยนจากการสุ่มเป้าหมาย มาเป็นการโจมตีแบบเจาะจงที่ดูน่าเชื่อถือและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ขณะที่การส่วข้อความหลอกลวงเหยื่อนั้น มิจฉาชีพมักใช้คำผสมกับอีโมจิและตัวอักษรพิเศษ เพื่อหลบเลี่ยงระบบกรองข้อความของผู้ให้บริการ (service provider) ข้อความจึงสามารถหลุดรอดถึงเหยื่อได้ง่ายขึ้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตำรวจไทยได้เตือนว่ามิจฉาชีพจะใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยา เช่น การสร้างความกลัว ความเร่งด่วน หรือความไว้วางใจ เพื่อหลอกลวงเหยื่อ และว่าความเสียหายจากการหลอกลวงถูกประเมินว่ามีมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาทต่อวัน
ที่ผ่านมา ตำรวจได้อายัดบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงหลายพันบัญชี ผ่านระบบตรวจสอบ (reporting tools ) เช่นฐานข้อมูลอาชญากรรมทางไซเบอร์ระดับชาติ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ประชาชนแจ้งเบาะแสด้วย
พร้อมกันนี้ ตำรวจยังแนะนำผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในเมืองไทยให้สามารถลดความเสี่ยงโดยกด *138#1 เพื่อบล็อกสายเรียกเข้าจากต่างประเทศ และให้ยึดหลักง่ายๆ ว่า “อย่าเชื่อ อย่ารีบ และอย่าโอนเงิน” เด็ดขาด
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส