อิหร่านโต้ “ทรัมป์โกหก” กรณีบอกชนะสงครามแล้ว
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : โดนัลด์ ทรัมป์ เดินสายให้สัมภาษณ์และโพสต์โซเชียลแบบถี่ๆ อ้างว่าชนะสงครามแล้ว ก่อนถูกอิหร่านสวนกลับ “โกหก”
ตลอดวันที่ 17 เมษายน 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความจำนวนมากผ่านโซเชียลมีเดียและให้สัมภาษณ์หลายสำนัก รวมถึงยูเอสเอทูเดย์ ที่ทรัมป์บอกว่า สถานการณ์ความขัดแย้งเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซจบแล้ว และถือเป็น “ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่” ของสหรัฐฯ ฯลฯ
แม้จะประกาศว่าสหรัฐฯ ได้รับชนะแล้วในช่วงเช้า แต่ต่อมา ทรัมป์ได้โพสต์โซเชียลมีเดียย้อนแย้งกับคำประกาศดังกล่าวว่า “การเจรจาสันติภาพกับอิหร่านคืบหน้าอย่างมาก” และ “อิหร่านยอมรับข้อเรียกร้องหลายข้อ” รวมถึง “คาดว่าจะได้ข้อยุติสงครามในเร็ววัน”
การประกาศชัยชนะเหนืออิหร่านของทรัมป์ เกิดขึ้นโดยไม่ได้รับความเชื่อถือจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป เพราะเป็นคำกล่าวติดปากของเขามาตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อเกือบ 50 วันที่แล้ว ดังนั้น จึงไม่เป็นที่แปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่อิหร่าน ออกมาตอบโต้คำกล่าวอ้างของทรัมป์แทบจะทันที
โดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและผู้เจรจาหลักของอิหร่าน ระบุว่า ทรัมป์กล่าวอ้างถึง 7 เรื่องภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และ “ทั้งหมดไม่เป็นความจริง”
ทรัมป์ยังอ้างว่า อิหร่านได้ตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร และร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางทะเล แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเพียงระบุว่า ช่องแคบจะเปิด “เฉพาะช่วงหยุดยิง” ระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน เพียงสิบวัน และยังอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังระบุว่า “ไม่มีประเด็นค้างคา” ในการเจรจา และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงภายใน 1-2 วัน และว่าอิหร่านยอมรับข้อเสนอทั้งหมด รวมถึงการจัดการยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันทรัมป์โกหกทั้งหมด เพราะอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดสงครามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์ได้กล่าวอ้างหลายครั้งที่ถูกมองว่าเกินจริงหรือขัดแย้งกันเองจนกลายเป็นเรื่องตลกของประชาคมโลก เช่นประกาศว่าสหรัฐฯ จะถล่มให้อารยธรรมของอิหร่านสูญไปจากโลก ขณะเดียวกันก็พยายามวางบทบาทตนเองเป็นผู้นำที่นำไปสู่สันติภาพ เป็นต้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่กระทบเศรษฐกิจโลก และคะแนนนิยมของทรัมป์ในประเทศ โดยวิเคราะห์กันว่าคำโกหกของทรัมป์ น่าจะมุ่งเป้าไปยังกลุ่มมาก้า ซึ่งเป็นฐานเสียงหลัก ที่พร้อมจะเชื่อทุกคำพูดของทรัมป์เท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญการเมืองวิเคราะห์ว่าผลกระทบจากสงครามอิหร่าน กำลังทำให้คะแนนนิยมของทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน “ถดถอย” ลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากทรัมป์ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้โดยเร็ว ผลการเลือกตั้งกลางเทอม ในปลายปีนี้อาจทำให้พรรคเดโมแครต พลิกกลับมาเป็น “พรรคเสียงข้างมาก” ในสภาผู้แทนราษฎร ได้.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส