บทความ : ท่อง “นรกบนดิน” ไปกับแอลเอเมโทร
ด้วยความที่ทีมข่าวฯ เพิ่งกลับจากพักร้อนที่เมืองไทย ภาพประทับใจในความสะอาด สะดวกสบายของระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ จึงเป็นภาพที่ “คอนทราส” รุนแรงกับบริการรถไฟของแอลเอ เมโทร ที่จำเป็น “ต้องขึ้น” ในวันที่รถยนต์เข้าอู่
โดย : ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส
นอกจากความสกปรกซอมซ่อ และกลิ่นเหม็นปัสสาวะคลุ้งแล้ว ผู้โดยสารรถไฟ (และรถเมล์) ของลอส แอนเจลิส เมโทร ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงแบบไม่น่าเชื่อ เพราะข้อมูลล่าสุดของแอลเอ เมโทร เองชี้ว่าอาชญากรรมบนระบบเมโทรเพิ่มขึ้นถึง 58% ตั้งแต่ปี 2019 แม้จะมีการทุ่มงบ 192 ล้านดอลลาร์เพื่อแก้ไขปัญหาแล้วก็ตาม
ในปี 2025 เมโทรบันทึกเหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงว่าเกิดขึ้นมากถึง 286 ครั้ง ทั้งบนรถเมล์ รถไฟ และบริเวณสถานีต่างๆ เพิ่มขึ้น 38% จากปี 2017 ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารหลายคนร้องเรียนผ่านแอป Transit Watch ว่าพบเจอปัญหาซ้ำๆ เช่น การใช้ยาเสพติด สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ฉีดพ่นกราฟฟิตี การข่มขู่คุกคาม รีดไถเงิน และความวุ่นวายอื่นๆ
วันที่ทีมข่าวฯ เดินตัวลีบขึ้นรถไฟเมโทรมาทำงานนั้น แม้จะเพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็พบสิ่งที่ร่ำลือกันจริงๆ นั่นคือโฮมเลสร่างใหญ่ที่เห็นชัดว่า “สติหลุด” เดินพล่านไปมาในรถพร้อมตะโกนเหมือนโกรธใครมาเป็นปี…
บอกตรงๆ ว่าการต้องอยู่ในโบกี้แคบๆ กับโฮมเลสสติหลุด โดยไม่สามารถเดินทะลุไปโบกี้อื่นได้แบบนั้น มันน่ากลัวอยู่ไม่น้อย
เชื่อว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพราะแม้จะก้มหน้าดูมือถือ แต่ก็เห็นแอบชำเลืองมองแบบเกาะติดสถานการณ์เขม็งกันทุกคน
วันนั้นเจอเหตุการณ์เดียว เพื่อนบอกว่า “จิ๊บจ้อย” เพราะหลายคนเคยเจอแรงกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายยาเสพติดแบบเปิดเผย คนสูบบุหรี่พ่นควันปุ๋ยๆ บางคนยึดพื้นรถเมล์เป็นสุขา ปัสสาวะไหลจากท้ายรถถึงหน้ารถ ฯลฯ
ดีที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีข่าวการใช้มีดทำร้าย หรือขู่ผู้โดยสารบนรถไฟเมโทรให้ได้ยินเหมือนที่เคยเกิดขึ้นถี่ๆ เมื่อสองสามปีก่อน...
กลับไปค้นข่าวความรุนแรงบนขนส่งเมโทรที่สยามทาวน์ฯ เคยนำเสนอเอาไว้ พบหลายข่าวเลยทีเดียว รวมถึงข่าวการทำร้ายผู้โดยสารเมโทร บีไลน์ เสียชีวิต เมื่อเดือนธันวาคม 2024
ท้ายข่าวอ้างรายงานความปลอดภัยของเมโทรบอกว่า เดือนกันยายน 2025 มีอาชญากรรมรุนแรงต่อบุคคล 159 เหตุการณ์ เพิ่มขึ้น 20% จากเดือนก่อน รวมทำร้ายร่างกาย 44 ครั้ง ปล้น 29 ครั้ง และมีคดีทางเพศรวม 12 ครั้ง
กระทั่งเจ้าหน้าที่เมโทร ทั้งคนขับรถ เจ้าหน้าที่ประจำสถานี รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ฯลฯ ก็ถูกทำร้าย คุกคาม และถูกชกต่อยขณะช่วยเหลือผู้โดยสารกันโดยถ้วนหน้า
ที่ผ่านมา เมโทรบอกว่าได้พยายามแก้ไขปัญหาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องมาหลายปี เช่นการทุ่มงบประมาณ 192 ล้านดอลลาร์ตั้งหน่วยงานชื่อ Transit Community Public Safety Department และสร้างทีม “ทูตเมโทร” หรือ Metro Ambassadors ออกไปช่วยเหลือโฮมเลสด้วย
ทีมข่าวไม่อยากบ่น แต่เห็นวิธีแก้ไขปัญหา “โฮมเลสในระบบขนส่งมวลชน” ของแอลเอ เมโทร แล้ว มันรู้สึกคันปาก
เพราะเมโทรบอกว่าหน้าที่ของหน่วยรักษาความปลอดภัยและทีมทูตเมโทร ไม่มีหน้าที่บังคับกฎหมาย แต่มีหน้าที่ช่วยเหลือโฮมเลส แจกชุดสุขอนามัย และให้บริการพื้นฐานอื่นๆ แล้วก็ยอมรับว่าเป็นงานที่ยากมาก เพราะโฮมเลสส่วนใหญ่ปฏิเสธการช่วยเหลือ
ย้อนกลับไปดูระบบรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ หากไม่ใช่ผู้โดยสารที่จ่ายเงินซื้อบัตรแล้ว จะไม่สามารถผ่านเข้าออกสถานี เพื่อไปนอนตากแอร์ ไปฉี่ ไปฉีดสี หรือไปอาละวาดรบกวนใครได้นั้น… แอลเอเมโทร กลับบอกชัดเจนว่าเมโทรเป็นบริการสาธารณะขอรัฐ ทุกคนมีสิทธิ์ใช้บริการ ไม่ว่าจะมีบ้านหรือไม่มีบ้าน
มีตู้จำหน่ายบัตรโดยสาร ก็ตั้งแอบๆ ไว้พอเป็นพิธี ตอนนี้พัฒนามาเป็นระบบแตะบัตรผ่าน (tap card) ที่เห็นทำข่าวพีอาร์กันครึกโครมเมื่อปีที่แล้ว แต่ภายใต้แนวคิดที่ว่าเป็นบริการสาธารณะที่ทุกคนมีสิทธิใช้บริการ (ไม่ว่าจะเป็นโฮมเลสหรือไม่ก็ตาม) นั้น... มีระบบแตะบัตรไปก็เท่านั้น....
ผลการนับจำนวนโฮมเลสในเมืองลอส แอนเจลิส เมื่อปี 2025 พบว่าในเขตเมืองแอลเอ มีอยู่ประมาณ 43,699 คน ส่วนตัวเลขปี 2026 ที่นับกันเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมกราคมนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศผลการนับออกมา แต่เชื่อว่าตัวเลขไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงจากปีก่อนมากนัก
ทีมข่าวฯ ไม่ได้โลกแคบขนาดจะบอกว่าโฮมเลสทุกคนคือปัญหา แต่จากประสบการณ์ตรงที่เจอมา ทำให้อดถามไม่ได้ว่าผู้บริหารบ้านเมืองเขาคิดถึงสวัสดิภาพของพวกเราบ้างไหม
ลองคิดดูว่าหากเมืองแอลเอของเรา มีโฮมเลสอันตรายมีเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด ก็เท่ากับผู้ใช้บริการของแอลเอ เมโทร (รวมถึงคนเดินถนนทั่วไป) มีโอกาสเผชิญหน้ากับกลุ่มคนอันตรายเหล่านี้ถึงกว่า 400 คน...
ไม่รู้จะจบบทความเรื่องนี้อย่างไร นอกจากบอกว่า ทีมข่าวฯ ไม่เคยเห็นความจำเป็นของการมีรถยนต์มากเท่ากับวันนี้มาก่อน..
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส