อเมริกันจ่ายเดือนเดียว "แปดพันล้าน" สังเวยน้ำมันแพงจากสงคราม
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ครัวเรือนอเมริกันรับภาระ “น้ำมันแพง” จากสงครามอิหร่านหนักอึ้ง แค่เดือนเดียวจ่ายเพิ่มกว่า 8.4 พันล้านดอลลาร์ โดยชาวแคลิฟอร์เนียเจอหนักสุด จ่ายค่าน้ำมันเพิ่มเกือบพันล้านดอลลาร์
ลวิเคราะห์จากคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรส ฝั่งเดโมแครต (Joint Economic Committee – Democratic minority) เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2026 ระบุว่า ชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือประมาณเดือนเศษๆ ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวมราว 8.4 พันล้านดอลลาร์ทั่วประเทศ
รายงานดังกล่าว วิเคราะห์ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์อเมริกัน (AAA), สำนักงานทางหลวงกลาง (Federal Highway Administration) และสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (Energy Information Administration) เพื่อวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในแต่ละรัฐ
โดยครอบครัวในรัฐแคลิฟอร์เนีย ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงสุดในประเทศ รวมประมาณ 969.8 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ราคาเฉลี่ยน้ำมันในลอส แอนเจลิส แตะระดับ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ ซึ่งปกติต่ำกว่ารัฐแคลิฟอร์เนียมาก ก็เพิ่มขึ้นเกิน 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้ว ตามข้อมูลของ AAA
รายงานระบุว่า การเติมน้ำมันให้รถกระบะ Ford F-150 ขณะนี้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 145 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 37 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับหนึ่งเดือนก่อน
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า การที่อิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่รองรับประมาณหนึ่งในห้าของน้ำมันโลก มีส่วนทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูง และส่งผลให้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ราคาที่พุ่งสูงยังดันต้นทุนน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นด้วย โดย AAA ระบุว่า ราคาดีเซลเฉลี่ยในรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.68 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ณ ช่วงบ่ายวันจันทร์ (6 เมษายน)
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่กำลังสร้างความเดือดร้อนสาหัสให้ประชาชนนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเชื่อว่าจะปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงมีทรัพยากรพลังงานเพียงพอรองรับความต้องการภายในประเทศ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของโลก ซึ่งจะทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยคาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุในแถลงการณ์ว่า เมื่อปฏิบัติการในอิหร่านเสร็จสิ้น ราคาน้ำมันจะปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปีอีกครั้ง พร้อมย้ำว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ มุ่งมั่นผลักดันนโยบายพลังงานของสหรัฐฯ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวชาวอเมริกัน.
สนใจอ่านผลวิเคราะห์ฉบับเต็ม ได้ที่ https://www.jec.senate.gov/public/_cache/files/f732a9b7-3609-4e5f-852a-908408335da9/jec-fact-sheet-on-state-by-state-gas-cost-increases-.pdf
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส