MAGA เถียงคอเป็นเอ็น! ทรัมป์แสดงศักดิ์ศรี ไม่ใช่ “เสียมารยาท” ใส่ชาร์ลส์ที่ 3
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : พฤติกรรมทรัมป์ระหว่างพิธีต้อนรับกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และควีนคามิลลา ถูกวิจารณ์หนัก ทั้งพูดนอกบท และ “ผิดธรรมเนียม” ถึงขั้น “หยาบคาย” จนสร้างความอึดอัดในพิธีการระดับรัฐ
ภาพข่าวพิธีต้อนรับกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และควีนคามิลลา ที่สนามหญ้าด้านใต้ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 กำลังกลายเป็นไวรัล และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึง “มารยาท” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรง
เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ควีนคามิลลากำลังเดินจับมือทักทายเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ยืนเรียงแถวรอรับเสด็จอยู่นั้น ทรัมป์ได้เดินแทรกเข้ามาเพื่อจับมือกับทีมงานของเขาในลักษณะ “ตัดหน้า” ทำให้ควีนคามิลลาชะงักเล็กน้อย และถอยออกมายืนมองทรัมป์อยู่ด้านหลัง
เหตุการณ์เกิดขึ้นกับกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เช่นกัน โดยขณะพระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ให้เจ้าหน้าที่ในแถวรอรับเสด็จ ทรัมป์ก็ได้ชิงจับมือกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก่อน พระองค์จึงต้องลดพระหัตถ์ลง และยืนรออยู่ด้านข้าง ก่อนที่ทรัมป์จะเดินมาแตะแขนและพาเสด็จเข้าไปในอาคาร
แม้จะถูกวิจารณ์รุนแรงจากประชาชนทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกว่า “หยาบคาย” และ “ไม่รู้กาละเทศะ” ก็ตาม แต่ทรัมป์ก็ยังได้รับการปกป้องโดยเหล่ามาก้า ว่าเป็นเหตุการณ์สั้นๆ ที่ถูกสื่อขยายความเกินจริง รวมถึงตอบโต้ว่าผู้นำสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องยึดถือธรรมเนียมแบบราชสำนักเคร่งครัด เพราะสหรัฐฯ เป็นประเทศประชาธิปไตย ไม่ใช่สังคมระบบราชวงศ์
นอกจากนี้ ยังมีเสียงสนับสนุนท่าทีของทรัมป์ว่าสะท้อนแนวคิด “อเมริกาต้องมาก่อน” และชื่นชมว่าทรัมป์ คือผู้นำที่ยืนบนความเท่าเทียมกับผู้นำต่างชาติ ไม่ได้ลดระดับตัวเองตามพิธีการแบบราชวงศ์
อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนอีกด้านหนึ่งบอกว่าการ “ให้เกียรติคนอื่น” โดยเฉพาะกับสตรีหรือแขกที่มาเยือน ไม่ใช่เรื่องระบบการปกครองหรือชนชั้น แต่เป็น “มารยาทพื้นฐาน” ที่ควรใช้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์หรือบุคคลทั่วไปก็ตาม
มารยาทของผู้นำสหรัฐฯ ยิ่งถูกขยายความมากขึ้นในช่วงงานเลี้ยงรัฐพิธีช่วงค่ำในทำเนียบขาว เพราะในช่วงการกล่าวคำอวยพร (toast) นั้น ทรัมป์ได้กล่าวนอกบท ถึงสถานการณ์สงครามกับอิหร่าน โดยอ้างว่ากษัตริย์ชาร์ลส์ ทรงเห็นด้วยกับเขาอย่างมาก
“สหรัฐฯ ได้ชัยชนะในทางทหารแล้ว และจะไม่มีวันยอมให้ฝ่ายนั้น… ชาร์ลส์ก็เห็นด้วยกับผม เห็นด้วยมากกว่าที่ผมเห็นด้วยเสียอีก ว่าเราจะไม่มีวันยอมให้ฝ่ายนั้นมีอาวุธนิวเคลียร์” ทรัมป์กล่าว
สื่อหลายฉบับ ทั้งของอเมริกาและอังกฤษ พูดถึงเรื่องนี้คล้ายๆ กันว่า “นี่คือสิ่งที่ราชสำนักอังกฤษกังวลมาตลอด”
“กังวลว่าประธานาธิบดี ที่ประกาศตัวเป็นผู้นำสันติภาพ จะพูดโดยไม่มีการกลั่นกรอง จึงสร้างช่วงเวลาที่น่าอึดอัดอย่างยิ่งสำหรับกษัตริย์ชาร์ลส์ ซึ่งควรวางตัวอยู่เหนือการเมือง” ข่าวของเดลี่บีสต์ ระบุ
ส่วน สกายนิวส์ สื่อโทรทัศน์ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า “ถ้อยคำดังกล่าวสร้างความอึดอัดในทันที เนื่องจากกษัตริย์อังกฤษตามธรรมเนียมต้องวางพระองค์อยู่เหนือการเมือง และไม่แสดงจุดยืนในประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ” และว่า “คำพูดนอกสคริปต์ของทรัมป์ ย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงของการอยู่ในเวทีเดียวกับผู้นำที่คาดเดาได้ยาก เพราะอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการทูตในระดับสูงได้โดยตรง
เหตุการณ์ที่ส่อความไร้มารยาทของทรัมป์ต่อราชวงศ์อังกฤษ เคยเกิดขึ้นมาแล้วระหว่างเยือนสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2018 ซึ่งทรัมป์เดินตัดหน้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ระหว่างตรวจแถวทหาร จนถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าไม่พร้อมและขาดการเตรียมตัว จึงทำตัวเหมือน “เดินเล่นในสนามกอล์ฟ” มากกว่าอยู่ในพระราชพิธี
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวแบบไม่มีข้อมูลพาดพิงถึงพระราชวศ์ โดยบอกว่าราชินีเพิ่งตรวจแถวทหารครั้งแรกในรอบ 70 ปีเพราะเขา ทั้งที่จริงพระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจนี้เป็นประจำ อีกทั้งทรงครองราชย์เพียง 66 ปีในขณะนั้น.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส