ตัดสิทธิ์ผู้อพยพหลายกลุ่มจาก “แคลเฟรช”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : รัฐแคลิฟอร์เนียเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ของโครงการช่วยเหลืออาหาร “แคลเฟรช” กระทบต่อผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้อพยพที่พำนักอย่างถูกกฎหมาย
แคลเฟรช (CalFresh) โครงการช่วยเหลืออาหารของรัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้โครงการระดับประเทศ (SNAP) ปรับเกณฑ์ใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 โดยการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่กระทบผู้อพยพที่พำนักอย่างถูกกฎหมาย
โดยสำนักงานบริการสังคมแคลิฟอร์เนีย (CDSS) ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นผลจากกฎหมาย เอช.อาร์. 1 หรือที่รู้จักในชื่อ “บิ๊กบิวตี้ฟูลบิล” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีผลในการลดงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมและเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย รวมถึงด้านสาธารณสุขเป็นจำนวนมาก
โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 เป็นต้นมา รัฐได้ยกเลิกสิทธิ์รับสวัสดิการอาหาร หรือแคลเฟรช ของผู้อพยพส่วนใหญ่ที่พำนักอย่างถูกกฎหมาย เช่นผู้ขอลี้ภัย ผู้ลี้ภัย ผู้ได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราว (parole) ยกเว้นบางกลุ่มจากคิวบาและเฮติ ผู้ที่ถูกระงับการเนรเทศ ผู้เข้าเมืองแบบมีเงื่อนไข เหยื่อค้ามนุษย์ ผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวที่ไม่ใช่พลเมือง รวมถึงชาวอิรักและอัฟกานิสถานที่ถือวีซ่าผู้อพยพพิเศษ (SIV) แต่ยังไม่ได้สถานะผู้พำนักถาวร และผู้อพยพบางส่วนจากอัฟกานิสถานและยูเครนที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวในช่วงเวลาที่กำหนด
นอกจากนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอีกในวันที่ 1 มิถุนายน 2026 สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18–65 ปี ที่ไม่มีเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีในบ้าน จะต้องทำงาน เข้าร่วมกิจกรรมชุมชน (community engagement) หรือฝึกอาชีพ อย่างน้อยเดือนละ 80 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรับสวัสดิการแคลเฟรช ได้มากกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน (สามปี)
ระเบียบใหม่นี้ ขยายขึ้นจากเดิมที่ใช้กับผู้มีอายุ 18–54 ปี ที่มีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ และไม่มีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปี
นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิกข้อยกเว้นสำหรับคนไร้บ้าน ทหารผ่านศึก และเยาวชนที่ออกจากระบบอุปถัมภ์ โดยยกเว้นเพียงผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภาระดูแลผู้อื่น หรือเป็นคนไร้บ้านจากสถานการณ์พิเศษ ซึ่งอาจได้รับสวัสดิการแคลเฟรชต่อ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว
สำนักงานงบประมาณของสภาคองเกรส ประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้จำนวนผู้ได้รับสวัสดิการ SNAP ลดลงเฉลี่ยประมาณ 2.4 ล้านคนต่อเดือน ภายในระยะเวลา 10 ปี
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 รัฐได้ปรับวิธีคำนวณค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค (utility costs) สำหรับผู้รับสวัสดิการแคลเฟรชบางราย โดยครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุเกิน 60 ปีหรือผู้พิการ จะต้องมีค่าใช้จ่ายด้านความร้อนหรือความเย็นแยกจากค่าเช่าที่อยู่อาศัย จึงจะสามารถใช้สิทธิ์หักค่าใช้จ่ายมาตรฐาน (Standard Utility Allowance: SUA) ได้ ส่งผลให้บางครัวเรือนได้รับเงินช่วยเหลือแคลเฟรชลดลง และบางรายอาจสูญเสียสิทธิ์.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส