ศาลสูงฟันธง ยกเลิก "สัญชาติโดยกำเนิด" ขัดรัฐธรรมนูญ”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ศาลสูงสหรัฐฯ มีมติ 5-4 ว่าคำสั่งยกเลิกสิทธิการได้สัญชาติอเมริกันโดยกำเนิดของทรัมป์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะ “เด็กที่เกิดบนแผ่นดินสหรัฐฯ ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ไม่ว่าพ่อแม่จะมีสถานะอย่างไรก็ตาม”
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษาให้คำสั่งบริหารหมายเลข 14156 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งออกเมื่อเดือนมกราคม 2025 เพื่อยุติการให้สัญชาติอเมริกันโดยกำเนิดแก่เด็กบางกลุ่ม เป็นคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันหลักกฎหมายที่ใช้มายาวนานกว่าร้อยปีว่า เด็กที่เกิดในสหรัฐฯ ย่อมเป็นพลเมืองสหรัฐฯ โดยอัตโนมัติ
คำสั่งบริหารของทรัมป์กำหนดไม่ให้สัญชาติกับเด็กที่เกิดในประเทศสองกลุ่ม คือเด็กที่เกิดจากแม่ซึ่งอยู่ในประเทศโดยไม่มีเอกสารถูกต้อง และพ่อที่ไม่ใช่พลเมืองหรือผู้ถือกรีนการ์ด และเด็กที่เกิดจากแม่ ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ ชั่วคราว และพ่อ ที่ไม่ใช่พลเมืองหรือผู้ถือกรีนการ์ด
โดยที่ผ่านมา คำสั่งบริหารดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะมีการยื่นฟ้องหลายคดี จนเรื่องมาถึงศาลสูง ซึ่งมีคำพิพากษาว่า เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่อยู่ในสหรัฐฯ ทั้งโดยไม่มีเอกสารถูกต้อง หรือมีสถานะชั่วคราว ยังคงอยู่ภายใต้ “เขตอำนาจของสหรัฐฯ” ตามที่บัญญัติไว้ใน บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 จึงมีสิทธิได้รับสัญชาติสหรัฐฯ โดยกำเนิด
ศาลสูงยังชี้ว่า หากคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ เด็กจำนวนมากจะเกิดมาแบบไม่มีสถานะ ไม่มีเอกสาร เนื่องจากหน่วยงานของรัฐบาลกลางไม่สามารถออกเอกสารสำคัญ เช่น หมายเลขประกันสังคม ให้แก่เด็กกลุ่มนี้ได้ และว่าหากรัฐบาลต้องการยกเลิกสิทธิการได้สัญชาติอเมริกันโดยกำเนิด จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำได้ยากอย่างยิ่ง
คำพิพากษาของศาลสูงครั้งนี้ ถูกนักวิจารณ์การเมืองมองว่าเป็น “ความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญ” ของทรัมป์ เนื่องจากศาลสูงชุดปัจจุบัน มีผู้พิพากษาแนวอนุรักษ์นิยมเป็นเสียงข้างมาก อีกทั้งเป็นผู้พิพากษาที่มาจากการแต่งตั้งของทรัมป์ถึงสามคน แต่ผู้พิพากษาฝั่งอนุรักษ์นิยมถึง 3 คน รวมถึงหัวหน้าผู้พิพากษา จอห์น โรเบิร์ตส์ กลับเห็นต่างกับทรัมป์ และวินิจฉัยว่าคำสั่งของทรัมป์ขัดรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อกฎหมาย.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส