หลังการออกรางวัลงวดวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2026 ซึ่งไม่มีผู้ถูกรางวัลแจ็กพอต ทำให้รางวัลสูงสุดของล็อตโต้ Mega Millions งวดวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม เพิ่มขึ้นเป็น 604 ล้านดอลลาร์แล้ว
ตลอดปี 2026 ที่ผ่านมา มีผู้ถูกรางวัลแจ็กพอตของล็อตโต้ยอดนิยมชนิดนี้แล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม โดยผู้พิชิตยอดเงินรางวัล 536 ล้านดอลลาร์อยู่ในรัฐอิลลินอยส์ และครั้งที่สอง รางวัล 60 ล้านดอลลาร์ ในรัฐโอไฮโอ ในวันที่ 17 มีนาคม
แม้ยอดรางวัลจะสูงแค่ไหนก็ตาม แต่ผู้ถูกรางวัลจะไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนที่ประกาศเอาไว้ เนื่องจากต้องเสียภาษีเงินได้ของรัฐบาลกลางในอัตราสูงสุด 37 เปอร์เซ็นต์ และในหลายรัฐยังต้องเสียภาษีของรัฐเพิ่มเติม ทำให้เงินที่ได้รับจริงลดลงอย่างมาก
หากชาวแคลิฟอร์เนียเป็นผู้พิชิตแจ็กพอตเมก้า มิลเลี่ยน มูลค่า 604 ล้านดอลลาร์ งวดนี้ แม้ไม่ต้องเสียภาษีเงินรางวัลลอตเตอรี่ให้รัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ก็ต้องเสียภาษีเงินได้ของรัฐบาลกลางในอัตราสูงสุด 37 เปอร์เซ็นต์
ดังนั้น ถ้าผู้โชคดีเลือกรับเงินแบบผ่อนจ่าย 30 ปี จะได้รับเงินสุทธิรวมประมาณ 381,841,290 ดอลลาร์ หรือหากเลือกรับเป็นเงินก้อนครั้งเดียวก็จะได้รับเงินสุทธิหลังหักภาษีแล้วประมาณ 167,813,043 ดอลลาร์เท่านั้น
แต่หากเป็นผู้โชคดีในนิวยอร์ก ซึ่งจัดเก็บภาษีลอตเตอรี่สูงที่สุดในประเทศ ผู้ถูกรางวัลจะได้รับเงินสุทธิเพียงประมาณ 316 ล้านดอลลาร์ หากเลือกรับแบบผ่อนจ่าย หรือประมาณ 138.8 ล้านดอลลาร์ หากเลือกรับเงินก้อน
ล็อตโต้เมก้า มิลเลี่ยน มีจำหน่ายใน 45 รัฐและเขตปกครอง ราคาใบละ 5 ดอลลาร์ ออกรางวัลทุกค่ำวันอังคารและวันศุกร์ โอกาสถูกรางวัลแจ็กพอตอยู่ที่ 1 ต่อ 290.5 ล้าน
พร้อมกันนี้ ล็อตโต้ พาวเวอร์บอลล์ ซึ่งเป็นล็อตโต้ยอดนิยมอีกชนิดของอเมริกา งวดวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ มียอดเงินแจ็กพอตสูงถึง 457 ล้านดอลลาร์
โดยงวดวันเสาร์นี้ ถือเป็นงวดสุดท้ายก่อนพาวเวอร์บอลล์ จะขยายการจำหน่ายสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะทำให้มูลค่าแจ็กพอตสูงขึ้นในอนาคต.